Featured Posts

  • วิธีทำอาหาร

    สูตรอาหารพร้อมวิธีการทำอาหารแบบละเอียด Step-by-step ทำให้คุณสามารถทำอาหารได้อร่อยตรงตามสูตรและสามารถประยุกต์ให้อร่อยยิ่งขึ้นตามสไตล์ของคุณเอง...

  • อาหารนานาชาติ

    ไม่เฉพาะอาหารไทย ยังมีเมนูอาหารนานาชาติ ทั้งยุโรป เอเซีย และอาเซียน สูตรอาหารมากมายหลากหลาย สำหรับมื้อพิเศษของคุณ...

  • ต้ม ผัด แกง ทอด

    สูตรอาหาร เมนูอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด เมนูอาหารที่หลากหลาย อร่อยแบบแซ่บเวอร์ รอคุณอยู่...

Friday, August 26, 2016

สูตรลาบหมูรสเด็ด พร้อมเคล็ดลับความอร่อย


"ลาบหมู" เมนูอาหารอีสานยอดนิยม เป็นเมนูอาหารที่ทำได้ง่ายๆ อีกหนึ่งเมนูที่แทบทุกคนต้องเคยทานกันมาบ้าง และมักจะมาคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ส้มตำรสแซ่บๆ สูตรและวิธีการทำลาบหมูนั้นไม่ยุ่งยาก แต่การทำให้อร่อยแซ่บถูกปากนั้นจำต้องมีเทคนิคและเคล็ดลับเฉพาะกันบ้าง วันนี้ครัวแซ่บเวอร์มีสูตรลาบหมูรสเด็ดมาฝาก รับรอง ทำง่ายๆ แต่อร่อยโดนใจแน่นอน


ส่วนผสมลาบหมู
  1. เนื้อหมูสันนอกสับ 100 กรัม 
  2. หั่นตับหมูเป็นชิ้นบางๆ 50 กรัม 
  3. ใบสะระแหน่ 2 ช่อ
  4. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบๆ 2 ต้น 
  5. หอมแดงซอย 3 หัว 
  6. ต้นหอมซอย 3 ต้น
  7. พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ 
  8. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
  9. น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ 
  10. น้ำตาลทราย ¼ ช้อนชา (ใส่ หรือไม่ใส่ ก็ได้ตามชอบ)
  11. ข้าวคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ 
  12. ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า
  13. พริกขี้หนูแห้งทอด 3 เม็ด 
  14. ผักสด เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักชี ต้นหอม หรือผักตามชอบ ฯลฯ
วิธีทำลาบหมู
  1. เตรียมเครื่องผักต่างๆ นำมาล้างแล้วซอยเตรียมไว้ 
  2. หั่นตับเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปลวกพอสุก (ต้มแค่พอสุกนุ่ม ไม่แข็งแห้ง) ตักใส่ชาม พักไว้
  3. ใส่น้ำเปล่า 1 ทัพพีลงในหม้อหรือกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟใช้ไฟปานกลาง จากนั้นใส่หมูสับลงไปรวนหมูจนสุก แล้วจึงใส่ตับลงไป และปิดไฟ 
  4. เอาเครื่องลาบ ได้แก่ ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ลงไปคลุกกับหมูสับและตับที่สุกแล้ว (ผสมเบาๆ อย่าให้ผักช้ำ)
  5. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว, น้ำปลา, พริกป่น และน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบเปรี้ยว เผ็ด เค็ม
  6. แล้วจึงใส่ข้าวคั่วเป็นลำดับสุดท้าย คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยใบสะระแหน่ลงไป ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
  7. แต่งข้างจานด้วยผักสด (กะหล่ำปลี, ถั่วฝักยาว) โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ เสริฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ (หรือข้าวสวย)
เคล็ดลับความอร่อยการทำลาบหมู
  • เนื้อหมูสับที่นำมาทำลาบ ควรสับหรือบดแบบหยาบๆ ถึงจะอร่อย
  • วิธีเลือกตับหมู วิธีสังเกตุว่าตับชิ้นไหนขม ดังนี้ ตับที่มีรสขมจะมีสีแดงเข้มเหมือนมีเลือดสดๆ ซึมออกมาตลอด ที่คนมักเรียกว่า “ตับเลือด” ถ้าชิ้นไหนเป็นแบบนี้อย่าไปเลือกมาครับ เพราะถ้าเราเอาไปประกอบอาหารจะมีรสขม และปรุงยังไงก็เหมือนไม่สุกสักที มีเลือดสีแดงซึมออกมาตลอดทำให้ต้องปรุงนาน ตับที่ได้ก็จะทั้งขมและแข็ง
  • เทคนิคทำลาบหมูให้น้ำแห้งไม่แฉะ มีวิธีคือ ลวกตับหมูและเนื้อหมูให้สุกก่อนในน้ำน้อยๆ (เวลาลวกไม่ต้องใช้น้ำมาก เพราะเวลานำมาทำลาบจะแฉะ) สุกแล้วยกลงมาพักไว้ก่อน แล้วจึงปรุงรส ใส่เครื่องผักซอยต่างๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็ได้ลาบหมู แบบน้ำแห้ง รสแซ่บแล้ว
read more

Thursday, August 25, 2016

สูตรแกงเห็ดเผาะผักหวาน รสแซ่บบบบ


แกงเห็ดเผาะใส่ผักหวาน เมนูอาหารภาคอีสาน อีกเมนูอาหารทำง่ายๆ แกงเห็ดสูตรนี้เป็นแบบแกงลาว ส่วนผสมตามสูตรนี้สามารถนำไปประยุกต์ทำแกงเห็ดต่างๆ ทั้งแกงเห็ดรวม แกงเห็ดสามอย่างได้ เพียงแค่เปลี่ยนจากเห็ดเผาะเป็นเห็ดต่างๆ ที่เราชอบหรือที่หาได้ เช่นเห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเข็มทองเป็นต้น หรือจะเพิ่มผักต่างๆลงไปอีกก็ได้ทั้งนั้น เช่น ฟักทอง บวบ ผักพื้นบ้านที่หาได้ เป็นต้น วิธีทำแกงเห็ดเผาะใส่ผักหวานนั้นลองทำดูไม่ยากเลย รสอร่อยเข้มข้นจัดจ้าน อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร รับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ ก็แซ่บสุดๆแล้ว


ฤดูฝนเป็นฤดูที่เห็ดออกดอกออกผลมากที่สุด เห็ดที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความนิยมมากตอนนี้ คือ เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ ที่ขบไปแล้วแตกดังเป๊าะๆ แบบที่เรียกว่าขบเผาะ ซึ่งเห็ดเผาะปีนี้ (ปี2559) ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากหาทานได้ยาก โอกาสจะได้กินเห็ดสดหนึ่งปีมีหนเดียวเท่านั้น ก็คงต้องยอมกันละงานนี้ เพราะถัดจากนี้ไปคงต้องกินเห็ดเผาะกระป๋องในน้ำเกลือ ซึ่งก็พอทำเนาให้หายอยากไปได้บ้าง …หากใช้เห็ดสดให้นำไปลวกน้ำร้อนก่อน แต่ถ้าใช้เห็ดกระป๋องก็นำไปล้างน้ำแล้วใช้ได้เลย

ส่วนผสม
  1. เห็ดเผาะ ล้างให้สะอาด 150 กรัม
  2. ตะไคร้ ทุบและหั่นแฉลบ 1 ต้น
  3. พริกสดสีแดง บุบหยาบ 4-5 เม็ด
  4. น้ำคั้นใบย่านาง (กะเอาให้สีออกเข้มๆ กำลังดี) 1 ½ ถ้วยตวง
  5. ผักหวาน 1 กำมือ
  6. ใบแมงลัก เด็ดเอาแต่ใบ ½ ถ้วยตวง (ปริมาณตามชอบ)
  7. น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  9. เกลือป่น ¼ ช้อนชา
  10. ข้าวคั่วป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. เตรียมผักหั่นไว้ ส่วนน้ำคั้นใบย่างนาง (ซื้อที่ตลาดก็ได้) หรือจะคั้นเองก็ได้ง่ายมากดังนี้ เด็ดเอาแต่ใบย่านาง ล้างน้ำให้สะอาด หั่นใบย่านางให้เล็กลง จากนั้นใช้ครกโขลกให้ละเอียด แล้วเติมน้ำลงไป กะเอาผสมให้สีออกเข้มๆ กำลังดี แล้วจึงกรองเอาแต่น้ำ ก็จะได้เป็นน้ำคั้นใบย่านาง (เช่น ใช้ใบย่านาง 10 ใบ โขลกละเอียดแล้วเติมน้ำ 2 ถ้วยตวงลงไป กรองเอาแต่น้ำ ก็จะได้น้ำค้นใบย่านาง 2 ถ้วยตวง)
  2. นำน้ำคั้นใบย่านางใส่หม้อขึ้นตั้งไฟกลางไว้ แล้วใส่พริกบุบหยาบ และตะไคร้ (อย่าใช้น้ำคั้นใบย่านางเยอะ เพราะน้ำจากเห็ดจะออกมาหลังจากแกงได้สักครู่) …รอจนเดือด
  3. เมื่อน้ำเดือด ใส่น้ำปลาร้า เกลือป่น และข้าวคั่วป่นลงไป คนพอเข้ากัน…ต้มพอมีกลิ่นหอม
  4. จากนั้นจึงใส่เห็ดเผาะ เห็ดทุกชนิดลงไป และใส่ผักหวาน รอให้เห็ดสุกและรสหวานจากผักออก…(ถ้ามีฟองคอยช้อนฟองออก)
  5. ชิมรสอีกครั้ง ถ้ารสอ่อนไปเติมน้ำปลาหรือเกลือ
  6. ปิดเตา ใส่ใบแมงลักและกดให้ผักจมน้ำร้อน คนพอเข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ
เห็ดเผาะผ่าครึ่ง (photo: คุณ Mr.Trin)

แนะนำเพิ่มเติม
  • นำเห็ดเผาะผ่าครึ่งเพื่อเลือกเห็ดที่อ่อนๆ ส่วนเห็ดที่แก่เป็นสีดำควรคัดออก…เห็ดเผาะอ่อนข้างในจะเป็นสีขาวจะแกงอร่อย…ส่วนดอกที่แก่ข้างในสีดำจะเหนียวเคี้ยวลำบาก
  • ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าลองทำดู แกงเห็ดเผาะใส่ใบผักติ้ว (ผักแต้ว) ผักติ้วจะออกรสเปรี้ยว เมื่อนำมาใส่แกงเห็ดจะทำให้อร่อยมากขึ้น
  • แกงเห็ดที่ขาดไม่ได้เลย คือต้องใส่ตะไคร้และใบแมงลัก
  • ถ้าแกงเห็ดแบบแกงลาวไม่ควรใส่ใบกะเพรา ต้นหอม และหอมแดงลงไป เพราะจะให้กลิ่นแกงเห็ดเพี้ยนไป แต่ถ้าจะใส่ก็ได้อันนี้ก็ตามแต่สูตรของแต่ละคน ปรับเปลี่ยนได้ตามชอบครับ
Photo credit: manager.co.th, IphoneOngfong สมาชิกเว็บ wongnai.com
read more

Wednesday, August 24, 2016

หมูมะนาว 4 สูตรเปรี้ยวแซ่บ พร้อมเคล็ดลับความอร่อย


"หมูมะนาว" เมนูอาหารไทยสุดแซ่บอีกเมนูอาหารทำง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลย เพียงลวกหมูที่หั่นเป็นชิ้น ในน้ำเดือดแค่พอสุก แล้วตักหมูขึ้นสะเด็ดน้ำจัดเรียงใส่จาน แล้วราดด้วยน้ำราดหมูมะนาวรสแซ่บจี๊ดที่ปรุงเตรียมไว้ เสิร์ฟพร้อมกับก้านคะน้าหรือแตงกวาหั่น แค่นี้ก็อร่อยเปรี้ยวๆ จี๊ดๆ แซ่บเวอร์ถูกใจแล้ว วันนี้ Zabwer.com จึงขอนำเสนอวิธีทำหมูมะนาวสูตรแซ่บไว้ทำรับประทานเองได้ที่บ้าน จะทานเป็นกับแกล้ม อาหารทานเล่น หรือทานเป็นกับข้าวพร้อมข้าวสวยร้อนๆก็ถูกใจคนชอบอาหารรสจัดยิ่งนัก



1.หมูมะนาว
หมูมะนาว สูตรนี้ต้องขอขอบคุณสูตรอร่อยของคุณมณีริน จากสมาชิกเว็บไวต์พันธิปดอทคอม เป็นอีกสูตรอร่อย รสเปรี้ยวแซ่บถูกใจ ที่ได้แนะนำสูตรและวิธีทำแซ่บๆเอาไว้

ส่วนผสม
  1. เนื้อหมู
  2. แป้งมัน
  3. มะนาว 2 ลูก
  4. รากผักชี
  5. กระเทียม
  6. พริก
  7. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทรายนิดๆ ½ ช้อนชา
  9. คนอร์ อร่อยชัวร์ ½ ช้อนชา
  10. ผักชี สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
  1. หั่นหมู ชอบชิ้นขนาดไหนก็หั่นไป 
  2. หมักหมู ด้วยแป้งมัน 
  3. ขยำๆแล้วทิ้งไว้ 
  4. เตรียมเครื่องทำน้ำจิ้มคือ มะนาว, รากผักชี, กระเทียม พริกใส่ครก และใส่เกลือไปด้วยซักนิด...ตำพริกละเอียดตามต้องการ 
  5. บีบน้ำมะนาว วันนี้ใช้ 2 ลูก น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลนิดๆ ครึ่งช้อนชา และวันนี้ใส่คนอร์ อร่อยชัวร์ ลงไปด้วยครึ่งช้อนชา เสร็จแล้ว 
  6. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่หมูลงไปลวกให้สุก...จากภาพน้ำไม่ค่อยเดือดเพราะปิดเตาก่อนค่ะ (ไม่งั้นถ่ายรูปไม่ได้)... 
  7. หมูสุกแล้ว...ตักใส่กระชอน ให้สะเด็ดน้ำ 
  8. ตักหมูใส่จาน 
  9. ราดน้ำจิ้มลงไป...โรยหน้าด้วยผักชี 
  10. ทานกับก้านคะน้า (แช่น้ำแข็งไว้รอแล้ว) และผักชีวิธีทำ 
2.หมูมะนาว




ส่วนผสม (สำหรับ 2 ท่าน)
  1. เนื้อหมู หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม
  2. กระเทียมกลีบใหญ่ แกะเปลือกหั่นหยาบๆ 2 ช้อนโต๊ะ
  3. พริกขี้หนูสวน ซอย 5-10 เม็ด (ปรับได้ตามความชอบ)
  4. ผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมะนาว 3-5 ช้อนโต๊ะ
  9. ก้านคะน้า ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1-2 ต้น (เพิ่มได้ตามความชอบ)
วิธีทำ
  1. นำก้านคะน้ามาปอกเปลือกออกแล้วหั่นเฉียงเป็นชิ้นๆ นำก้านคะน้าที่หั่นไว้ไปแช่ในน้ำแข็ง เตรียมไว้ 
  2. เตรียมทำน้ำราด โดยผสมกระเทียม,พริก,ซิอิ๊วขาว,น้ำปลา,น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว …คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี ชิมรสปรับรสชาติได้ตามที่ต้องการ 
  3. หั่นสไลซ์เนื้อหมูเป็นแผ่นบางๆ 
  4. ใส่น้ำลงในหม้อนำขึ้นตั้งไฟจนเดือด แล้วจึงใส่เนื้อหมูลงลวกพอสุก (ประมาณ 30 วินาที อย่าลวกนาน เพราะจะทำให้หมูแข็งกระด้าง) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ 
  5. จัดหมูที่ลวกแล้วเรียงใส่จานที่รองด้วยก้านคะน้า จากนั้นเทน้ำราดที่ปรุงเตียมไว้ลงบนหมู พร้อมเสิร์ฟ 
3.หมูมะนาวแบบย่าง
ส่วนผสม
  1. เนื้อหมูตรงส่วนของคอหมู (เอาแบบติดมันนิดๆ)
  2. กระเทียมปอกเปลือก 5 กลีบ
  3. พริกขี้หนูสวน 7 เม็ด
  4. ใบสะระแหน่ 4-5 ใบ
  5. น้ำกระเทียมดอง ครึ่งช้อนชา
  6. น้ำมะนาว ครึ่งช้อนชา (หรือจะมากกว่านี้ถ้าชอบเปรี้ยว)
  7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาลทราย ซีอิ้วขาว (พอประมาณกะเอานิดหน่อย)
  9. เกลือและพริกไทยนิดหน่อย 
วิธีทำ
  1. เมื่อเตรียมเครื่องปรุงเสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนการทำ ก่อนอื่นนำคอหมูมาหมักกับซีอิ้วขาว เกลือ พริกไทย หมักทิ้งไว้สักพัก...แล้วก็นำมาย่างให้เนื้อหมูพอสุกแบบมันหยดนิดหน่อย แล้วก็นำคอหมูย่างมาแล่เป็นชิ้นบางๆพอคำ แล้วพักไว้ก่อน เพื่อมาทำน้ำจิ้มราด 
  2. วิธีการทำน้ำจิ้มก็เริ่มจากการนำพริกขี้หนูมาโขลกกับกระเทียมและน้ำตาลทรายให้ละเอียด แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำกระเทียมดอง เป็นว่าเสร็จได้น้ำจิ้มรสเด็ด ก็นำมาราดบนคอหมูย่างที่เตรียมไว้แล้ว และโรยหน้าด้วย สะระแหน่อีกนิดเพิ่มความหอม แค่นี้ก็จะได้หมูมะนาวรสชาติแซบหลาย ถูกใจคนชอบอาหารรสจัด 
4.สันในหมูนึ่งมะนาว
ส่วนผสม
  1. สันในหมู 1 เส้น
  2. รสดีรสหมู 1 ช้อนชา
  3. กระเทียม โทน 10 กลีบ
  4. มะนาว 3 ผล 
  5. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา
  7. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  8. พริกขี้หนูสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  9. กระเทียมกลีบเล็กสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ผักกาดแก้ว สะระแหน่ โหระพา
วิธีทำ
  1. ผสมน้ำมะนาว 2 ชต.น้ำตาลทราย แดง พริกไทยป่น รสดีรสหมู คนให้เข้ากัน ใส่สันในหมูทั้งเส้นลงหมักทิ้งไว้ 1 ชม.ควรใช้ส้อมหรือไม้แหลมจิ้มรอบๆสันในเพื่อให้เครื่องปรุง ซึมเข้าในเนื้อ 
  2. วางสันในหมูลงในชามทนไฟ นึ่งในรังถึงที่น้ำเดือด ไฟกลางนาน 30 นาที ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น ฝานเป็นแว่นบางๆ จัดเรียงลงในจานเสิร์ฟ 
  3. ราดด้วยส่วนผสมของน้ำปลา มะนาว พริกขี้หนู กระเทียมสับ กระเทียมโทน เสิร์ฟพร้อมกับผักต่างๆ เช่น ผักกาดแก้ว สะระแหน่ โหระพา และผักอื่นๆ ตามชอบ ฝานมะนาว 1 ลูกตามขวาง ประดับรอบจาน 
เคล็ดลับความอร่อย
  • เนื้อหมูที่ใช้ทำหมูมะนาว เช่น เนื้อหมูสันนอก,เนื้อหมูสันใน, เนื้อหมูตรงส่วนของคอหมู (แบบติดมันนิดๆ) เป็นต้น 
  • การจะทำหมูมะนาวให้อร่อยนั้น เริ่มตั้งแต่วิธีการหั่นหมู ให้หั่นสไลซ์เนื้อหมูเป็นแผ่นบางๆ หากหั่นเนื้อหมูตามขวาง จะทำให้เคี้ยวลำบาก เพราะมีกากและเส้นใย แทนที่เนื้อหมูจะนุ่ม กลับเหนียว เคี้ยวไม่คล่อง 
  • สูตรที่เรานำมาเสนอนี้ นอกจากสูตรน้ำราดปรุงรสแซ่บๆแล้ว ก็จะแตกต่างกันที่เทคนิควิธีการทำหมูให้สุก คือ บางสูตรก็จะหมักหมูก่อน เพื่อให้หมูนุ่มและรสอร่อย แล้วจึงนำไปลวกให้พอสุก …บางสูตรก็นำหมูไปย่างให้พอสุก …บางสูตรก็นำหมูไปนึ่งในรังถึงที่น้ำเดือดให้หมูสุก เสร็จแล้วจึงนำไปราดน้ำราดที่ปรุงเตรียมไว้…ซึ่งแต่ละสูตรนั้นก็มีความอร่อยไปคนละแบบ และเอาไว้เป็นไอเดียดัดแปลงการทำอาหารได้ ส่วนถ้าอยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน ก็ต้องลองมาทำตัดสินด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ^^

Credit: http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2011/11/D11402569/D11402569.html
read more

สูตรต้มข่าไก่ พร้อมเคล็ดลับวิธีทำต้มข่าไก่ให้อร่อย


สูตรต้มข่าไก่ นั้นว่าไปแล้วก็คล้ายกับการทำต้มยำทั่วไป เพียงแต่ต้มข่าไก่จะมีการใส่กะทิเพิ่มลงไป ส่วนเครื่องปรุงอื่นๆ ก็คล้ายกับต้มยำ สำหรับวันนี้ Zabwer.com ได้นำสูตรต้มข่าไก่ พร้อมเคล็ดลับวิธีทำต้มข่าไก่ให้อร่อยมานำเสนอ ถือเป็นอีกเมนูอาหารไทยที่อร่อยครบรส มีไก่เนื้อนุ่ม รสชาติออกเปรี้ยว เค็ม และหวานมันจากกะทิ น้ำแกงไม่ข้นมากจนเกินไปและไม่ใสจนเกินไป จุดเด่นคือความมันเข้มข้นจากกะทิและหอมกลิ่นสมุนไพรไทย เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมรองจากต้มยำกุ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ เพียงมีส่วนประกอบหลักคือ ไก่ เห็ด ชุดเครื่องต้มยำ และกะทิสักกล่องก็สามารถทำต้มข่าไก่แสนอร่อยได้แล้ว หรืออาจจะดัดแปลงใส่กุ้งแทนไก่ก็ได้เช่นกัน


ส่วนผสมต้มข่าไก่
1. เนื้ออกไก่หั่นชิ้นพอคำ (แล้วแต่ปริมาณที่ต้องการใส่)
2. ใบมะกรูด(จะหั่นหรือจะฉีกตอนจะใส่ลงหม้อก็ได้) 4 -6 ใบ
3. เห็ดนางฟ้าหรือเห็ดฟาง 1/2 ถ้วย
4. ตะไคร้ล้างสะอาด ทำการทุบหั่นเฉียง 1/2 ต้น
5. ข่าอ่อน ทำการปอกเปลือกนำไปหั่นเป็นแว่นพอคำ 20 แว่น
6. มะเขือเทศ 3 ลูก หั่นเป็นแว่นๆ
7. หอมแดง
8. พริกขี้หนูสวนให้ทุบแตก 5 เม็ด
(ถ้าต้องการเผ็ดมากใส่เพิ่มได้…ถ้าไม่ทานเผ็ดใช้พริกจินดา)
9. หางกะทิ 2 ถ้วย
10. หัวกะทิ 1 ถ้วย
11. เกลือป่น 1 ช้อนชา
12. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
13. น้ำมะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
14. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
15. ผักชี สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ
  1. หั่นเนื้อไก่และผักต่างๆตามสูตรเตรียมไว้ก่อนให้พร้อม
  2. ตั้งกระทะหรือหม้อ ใส่หางกะทิลงไปและใส่เกลือเล็กน้อย ใช้ไฟแรงปานกลาง ต้องคอยคนเป็นระยะๆ ไม่ให้กระทิมันแตกมัน (กะทิจะเป็นลูกหรือแยกตัว)…คนจนมันเริ่มเดือด
  3. แล้วจึงใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไป (ใครมีรากผักชี ก็ทุบใส่เพิ่มลงไป) เคี่ยวไปประมาณ 5 นาที จนได้กลิ่นหอม
  4. ใส่เนื้อไก่ลงไป ใช้ทัพพีกดไก่ให้มิดแต่ไม่ต้องคน รอให้เดือดอีกครั้ง
  5. ใส่หัวกะทิ เห็ด และมะเขือเทศลงไป คนให้เข้ากัน …รอสักพักจนน้ำแกงเดือด
  6. จากนั้นใส่พริกขี้หนูทุบลงไป (ถ้าไม่ทานเผ็ด ก็ไม่ต้องใส่พริกขี้หนู …ให้ใส่พริกจินดาเป็นเม็ดๆลงไปแทนก็ได้) คนให้เข้ากัน … แล้วปิดเตาได้
  7. ปรุงรสเลย ใส่น้ำปลา น้ำมะขามเปียกหรือน้ำมะนาวก็ได้ และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน…ชิมรสให้ออกเปรี้ยว เค็ม และหวาน กลมกล่อมจากกะทิ…(ค่อยๆปรุงใส่ทีละนิด ไม่อร่อยจึงเติมเพิ่ม แต่ถ้าใส่ทีละเยอะๆแล้วไม่อร่อยมันแก้ยาก)
  8. เสร็จแล้วตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยผักชีเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ
ลักษณะที่ดีของต้มข่าไก่
น้ำแกงต้องไม่แตกมัน ไก่เนื้อนุ่ม น้ำแกงไม่ข้นมากจนเกินไปและไม่ใสจนเกินไป

เคล็ดลับวิธีทำต้มข่าไก่ให้อร่อย
  • กรณีที่ต้มข่าไก่แล้วกะทิลอยแตกมัน ที่ลอยเพราะปริมานน้ำมากกว่ากะทิ…ถ้าไม่ให้ลอย ต้องลดน้ำลงตอนต้มเหลือแค่ขลุกขลิกพอหรือใส่น้ำนิดเดียว แล้วจึงใส่กะทิ …แต่สำหรับสูตรที่เขาใช้กะทิล้วนๆ (หางกะทิ + หัวกะทิ) ก็มักจะไม่เกิดปัญหานี้จะได้น้ำแกงออกมาเนียน ซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละคน …แต่ถ้าเกิดกรณีกะทิลอยแตกมันก็ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ได้ครับ
  • เนื้อไก่ เช่น น่องไก่เล็ก, ปีกกลางไก่ (ส่วนนี้รับประทานง่าย เปื่อยเร็ว ให้น้ำซุปด้วย เพราะมีกระดูก สับครึ่ง ใช้ 6 – 7 อัน / 1 ชามใหญ่ ๆ), ถ้าใช้ส่วนอกหรือสะโพกก็หั่นเป็นชิ้นพอคำ (เนื้อไก่ควรเป็นส่วนของอกไก่ เพื่อความแน่นและกลมกล่อม) เป็นต้น
  • ข่า จะใช้ข่าอ่อนหรือข่าแก่ก็ได้ …แต่ข่าอ่อนจะอร่อยกว่า …หั่นชิ้นเท่าๆกัน หรือหั่นเป็นดอกไม้
  • ตะไคร้ หั่นแฉลบ แล้วแช่น้ำผสมน้ำมะนาวเพื่อให้สีคงตัว
  • มะเขือเทศ จะใส่หรือไม่ก็ได้ตามชอบ แต่ถ้าอยากกินเพื่อสุขภาพก็แนะนำให้ใส่ลงไปด้วย
  • ควรใช้ไฟปานกลางในการประกอบอาหาร
  • ถ้าอยากให้น้ำแกงต้มข่าไก่มีสีออกเหลืองสวยสักหน่อย ก็ให้ใส่น้ำมันน้ำพริกเผาหรือน้ำพริกเผาลงไปด้วย
  • ถ้าต้องการรสเผ็ด ให้ใส่พริกสด หรือน้ำพริกเผา หรือน้ำมันน้ำพริกเผาลงไปก็ได้ ปริมาณตามความชอบเผ็ด ส่วนพริกสดนั้นใช้เป็นพริกขี้หนูสวนทุบจะได้ความเผ็ดและความหอมจากพริกนี้ แต่ถ้าไม่ชอบเผ็ดก็ใส่เป็นพริกจินดา หรือพริกแห้งก็ได้
read more

Tuesday, April 12, 2016

2 สูตรขนมเปียกปูน พร้อมวิธีทำขนมเปียกปูนให้อร่อยหอมหวาน


"ขนมเปียกปูน" เป็นสูตรขนมไทยที่มีมาแต่โบราณ เป็นอีกเมนูขนมไทยที่ทำง่ายๆ แต่ก็มีความละเอียดอ่อนในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำที่พิถีพิถัน ขนมเปียกปูนนั้นมีรสชาติอร่อยหอมหวาน มีกลิ่นหอมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ฉพาะตัว และมีสีสันสวยงาม ขนมเปียกปูนสีดำที่ได้จากกาบมะพร้าวเผา และสีเขียวที่ได้จากใบเตยกลิ่นหอมๆ โรยมะพร้าวลงไปอีกสักนิด จะทำให้อร่อยติดอกติดใจนั้นไม่ยากเลย แต่นับวันจะหารับประทานได้ยากขึ้น วันนนี้ Zabwer.com จึงได้นำขนมเปียกปูน 2 สูตรอร่อย พร้อมเคล็ดลับวิธีทำขนมเปียกปูนมาฝากครับ อีกขนมไทยอร่อยหอมหวาน เมนูขนมไทยทำง่ายๆ จะทำกินก็ได้หรือทำขายก็ได้ด้วยขนมเปียกปูนสูตรอร่อย ขนมเปียกปูนสูตรโบราณ 2 สูตรนี้


1. ขนมเปียกปูน สูตรอร่อยทำง่ายๆ
อีกสูตรขนมเปียกปูนสูตรอร่อยหวานหอมที่อยากแนะนำ จะทำกินเองหรือทำขายก็อร่อยไม่ผิดหวังครับ

ส่วนผสม
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมันสำปะหลัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว ¾ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส 2 ½ ถ้วยตวง
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มๆ ½ ถ้วยตวง
  • น้ำมันพืช
ส่วนผสมมะพร้าวสำหรับโรยหน้า
  • มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
  • เกลือป่นหยาบ ½ ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ผสมแป้งทุกชนิดเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากันประมาณ 10 นาที
  2. ค่อยๆ เทน้ำปูนใสใส่ลงไปทีละน้อยจนหมด และใส่น้ำใบเตยคนให้เข้ากัน แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำแป้ง
  3. จากนั้นนำน้ำแป้งที่ได้เทใส่ในกระทะทอง …กวนไปทางเดียวกันจนกว่าแป้งเหนียว ประมาณ 30 นาที
  4. เสร็จแล้วเทใส่ถาดหรือพิมพ์ (ที่ทาด้วยน้ำมันพืชบางๆ) พักให้เย็น …จากนั้นตัดแบ่งออกเป็นชิ้น โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึกผสมเกลือป่น จัดเสิร์ฟ

2. ขนมเปียกปูนสูตรโบราณ
ขนมเปียกปูนสูตรโบราณ สูตรนี้เป็นสูตรจากคุณสง่า สิงโต เจ้าของร้านขนมไทยโบราณต้นตำหรับประจำจังหวัดพิษณุโลกจากเว็บ Rakbankerd.com ที่สามารถทำกินเองหรือทำขายได้สบายๆ เป็นสูตรอร่อยหอมหวาน ที่พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบและวิธีทำที่อาจใช้เวลาทำอยู่บ้าง แต่รับประกันความอร่อย


ส่วนผสม
  1. แป้งข้าวเจ้า 4 ถ้วยตวง
  2. แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
  4. น้ำตาลปีบ 3 ถ้วยตวง
  5. น้ำเปล่า 8 ถ้วยตวง
  6. มะพร้าวทึนทึก 1 ผล
  7. ใบตาลเผาไฟหรือกาบมะพร้าวเผาไฟ 3 กาบ (แต่วันนี้คุณยายใช้ใบตาลเผาไฟเพราะคุณยายบอกว่ามันจะหอมกว่า)
 

วิธีทำ
  1. ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ผสมน้ำปูนใส น้ำเปล่า และน้ำตาลกรองด้วยผ้าขาวบาง
  2. กาบมะพร้าวที่เผาแล้วละลายน้ำที่เหลือ กรองด้วยผ้าขาวบาง ผสมลงในแป้งให้มีสีดำ
  3. กวนแป้งในกระทะทอง หรืออะลูมิเนียมสำหรับทำขนมก็ได้ กวนจนเหนียว เกือบแห้ง ซึ่งอาจจะใช้เวลาแตกต่างกันตามสูตรนี้แนะนำให้เคี่ยวเตาถ่าน และจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ครึ่งขึ้นไป แต่ถ้ากวนขายแบบคุณยายในปริมาตรเดียวกันจะใช้เวลากวน3 ชั่วโมงอย่างน้อยกว่าขนมจะเหนี่ยวเข้าที่
  4. ตักใส่ถาดพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็น จะตัดเป็นชิ้นหรือแกะออกจากพิมพ์ก็ได้
  5. ใช้มะพร้าวขูดเป็นเส้น คลุกกับเกลือป่นเล็กน้อย โรยบนขนมเป็นอันเสร็จ
เคล็ดลับความอร่อย วิธีการทำขนมเปียกปูน
  • ถ้าเป็นเปียกปูนสีดำใช้น้ำปูนใส 3 ถ้วยตวง และเปลี่ยนจากน้ำใบเตยเป็นขี้เถ้าจากกาบมะพร้าว (ปริมาณแค่พอให้แป้งเป็นสีเทาไม่ต้องดำมาก)
  • น้ำปูนที่ใช้ควรแช่ไว้อย่างน้อย 3 วัน โดยใช้อัตราส่วนของปูนแดงหรือปูนขาว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 3 ส่วน แช่ในภาชนะพลาสติก หรือภาชนะเคลือบก้อได้ น้ำทีใช้จะเป็นน้ำที่เราตักเอาแต่ใสๆ
  • เทคนิคการกวนที่ถูกวิธีคือกวนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อจะได้แป้งที่เหนียว
read more

Monday, April 11, 2016

สูตรปูกะตอยทอดสมุนไพร เมนูอาหารว่าง หวานกรอบรสเด็ด


สูตรอาหารไทย "ปูกะตอยทอดสมุนไพร" หรือ "ปูกะตอยทอดกรอบ" อีกหนึ่งเมนูอาหารว่างที่ทำง่ายๆ แต่รับรองว่าอร่อยรสเด็ดแน่นอนลองได้รับประทานแล้วจะอร่อยติดใจ ปูกะตอยทอดสมุนไพรเป็นการนำปูกะตอยมาคลุกเคล้ากับส่วนผสมและชุบแป้งทอด แล้วก็ทอดจนสุกเหลืองพอดี เพียงเท่านี้ก็ได้เมนูปูกะตอยทอดกรอบมารับประทานแล้ว วันนี้เราจึงได้นำสูตรเด็ดและวิธีทำปูกะตอยทอดสมุนไพรมาฝากครับ จะทานคู่กับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวก็ได้ หรือจะทานเป็นเมนูอาหารว่างทานเล่น หรือกินเป็นกับแกล้ม หรือทานคู่กับส้มตำก็อร่อยรสเด็ด


ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่)
  1. ปูกะตอย 500 กรัม
  2. น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
  3. ใบมะกรูดหั่นหยาบๆ 10 ใบ
  4. ตะไคร้ซอย 3 ต้น
  5. ข่าสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  6. แป้งทอดกรอบ ½ ถ้วย
  7. น้ำเปล่า ½ - ¾ ถ้วย
  8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  10. น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย
วิธีทำ
  1. ล้างปูกะตอยให้สะอาด เคล้าเกลือเล็กน้อย พักไว้ ล้างอีกครั้งให้สะอาด ใส่ตะแกรง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  2. ค่อยๆ ใส่น้ำผสมกับแป้งทอดกรอบพอชุบปูติด อย่าให้แป้งเป็นเม็ด ใส่น้ำพริกแกงเผ็ด คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่สมุนไพร คนให้เข้ากัน
  3. ตั้งกระทะน้ำมันใช้ไฟปานกลางให้ร้อน นำปูลงชุบแป้งแล้วทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ สามารถรับประทานเป็นกับข้าวหรือเสิร์ฟเป็นอาหารกินเล่นก็ได้ทั้งนั้น
read more

Tuesday, March 29, 2016

สูตรข้าวผัดปู พร้อมเคล็ดลับการทำข้าวผัดปูให้อร่อย เหมือนร้านดังๆ


"ข้าวผัดปู" (Thai Fried rice with crabmeat) เมนูอาหารตามสั่ง อีกเมนูข้าวผัดแสนอร่อย ยิ่งผู้ที่ชื่นชอบเนื้อปูด้วยแล้วก็คงติดอกติดใจในรสชาติได้ไม่ยาก ด้วยเนื้อปูนั้นมีรสชาติหอมหวานอร่อย ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น แต่ทว่าราคานั้นก็ค่อนข้างจะสูงอยู่สักหน่อย สำหรับใครที่กำลังมาหาสูตรข้าวผัดปูแสนอร่อยอยู่ ห้ามพลาด!! วันนี้ Zabwer.com ได้นำสูตรข้าวผัดปู พร้อมเคล็ดลับวิธีทำข้าวผัดปูให้อร่อยเหมือนร้านดังๆมาฝากไว้ที่นี่แล้ว ...ใครทำข้าวผัดปูให้อร่อยนั้นทำยากนักหนา ถ้าลองได้มีสูตรเด็ดๆ พร้อมเคล็ดลับดีๆ แบบนี้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาตามหาร้านข้าวผัดปูอร่อย ๆ อีกต่อไปแล้ว (^__^) สามารถทำรับประทานเองได้ที่บ้าน อิ่มอร่อยทั้งครอบครัว ที่มีสูตรและวิธีทำข้าวผัดปูให้อร่อยตามนี้เลย


เครื่องปรุงและส่วนผสม (สำหรับ 2 ที)
  1. ข้าวสวย 2 ถ้วยตวง
  2. เนื้อปูนึ่งแกะเป็นชิ้น 1 ถ้วยตวง
  3. หอมใหญ่หั่นแว่น1/2 ลูก 
  4. ต้นหอมซอย 2 ต้น
  5. แครอทหั่น
  6. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  7. กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  9. ซ๊อสปรุงรส 1 ช้อนชา
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  12. แตงกวาหั่นเป็นชิ้น, มะนาวหั่น, ต้นหอม 3 ต้น (ทานเป็นผักแกล้ม)
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะไฟแรงปานกลาง ใส่น้ำมันถั่วเหลืองเล็กน้อย และผสมเนยเพื่อให้หอมพอเนยละลาย ใส่กระเทียมลงไปผัดจนเหลืองหอม 
  2. ใส่ไข่ไก่ที่เราตีให้เข้ากันในถ้วยไว้แล้วลงไปใช้ตะหลิวยีไข่ จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน
  3. ใส่หัวหอมใหญ่, เนื้อปู แครอทหั่น และต้นหอมซอย ลงไปผัดคลุกเคล้ากัน ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว, ซ๊อสปรุงรสและน้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน จึงปิดไฟ
  4. ตักใส่จาน เหยาะพริกไทยโรยหน้านิดหน่อย เสริฟทันทีขณะร้อนพร้อมแตงกวา, ต้นหอม, มะนาวและพริกน้ำปลา

เคล็ดลับการทำข้าวผัดปูให้อร่อยเหมือนร้านดังๆ  นั้นมีดังนี้
  • การที่จะทำให้ข้าวผัดทุกชนิดอร่อยไม่เฉพาะแต่ข้าวผัดปู นั้นเริ่มจากควรใช้ข้าวที่หุงออกมาแล้วเป็นเม็ดสวย ยังแข็งอยู่ ไม่บานออก และที่สำคัญคือควรจะพักข้าวที่หุงสุกแล้วให้เย็นสนิทเสียก่อน เพื่อที่ข้าวผัดจะได้ไม่แฉะนั่นเอง (ถ้าหุงข้าวแล้วเย็นไม่ทัน จะใช้พัดลมช่วยเป่าให้เย็นก็ได้) …หรือจะใช้เป็นข้าวเก่า ก็จะยิ่งดี 
  • วิธีการหุงข้าว” เพื่อใช้ทำข้าวผัดคือ สำหรับข้าวสารใหม่ต้องใส่น้ำน้อยเพราะข้าวยังมีความชื้นอยู่มาก …แต่ถ้าเป็นข้าวเก่าต้องใส่น้ำให้ท่วมข้าวหนึ่งองคุลี หุงแบบไม่เช็ดน้ำ หรือนึ่งก็จะได้ข้าวสวยที่เป็นเม็ดสวยมีคุณค่าสูง …เมื่อสุกใหม่ร้อนๆ (ทั้งแบบที่ใช้ข้าวสารเก่าและใหม่) ต้องนำไปเกลี่ยใส่ถาดให้ข้าวเย็นเสียก่อน จึงนำมาผัด ข้าวจะไม่เกาะตัวเป็นก้อน …แต่ถ้าใช้เป็นข้าวกล้องเพื่อนำมาทำข้าวผัดนั้น มีวิธีหุงคือต้องใส่น้ำมาก เพราะข้าวกล้องดูดน้ำได้ดี แต่เมื่อสุกทิ้งให้เย็นแล้วต้องผัดเลย ไม่ควรนำข้าวกล้องที่ทิ้งไว้นานมาผัด เพราะข้าวสวยที่หุงจากข้าวกล้องจะบูดง่ายกว่าข้าวสวยที่หุงจากขัาวขาว
  • กระทะ” เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำข้าวผัดเลยทีเดียว กระทะเหล็กรับความร้อนได้เร็วและดี แต่ข้าวจะติดกระทะ ต้องผัดเร็วๆเหมาะสำหรับแม่ครัวที่ชำนาญในการผัดขัาว เพราะข้าวผัดที่ได้จะมีกลิ่นหอม ถ้าเป็นแม่ครัวมือใหม่ต้องใช้กระทะเทฟล่อน แต่กลิ่นหอมจะสู้ข้าวที่ผัดจากกระทะอะลูมิเนียม กระทะเหล็ก หรือกระทะเหล็กเคลือบไม่ได้ 
  • การทำข้าวผัดปูกลิ่นของเนื้อปูต้องเด่น การเลือกปูสดมาทำคือ ใช้เป็นส่วนเนื้อปูจะให้กลิ่นที่หอมกว่าก้ามปู …ควรเลือกใช้เนื้อปูนึ่ง เพราะมีกลิ่นหอมกว่าเนื้อปูต้ม (เวลานำมาผัดจะทำให้รสชาติอร่อยกว่า)
  • เทคนิคการทำเนื้อปูนึ่ง ...เมื่อใช้ทำข้าวผัดปู คือใช้ปูสดใหม่ 1 กิโลกรัม นำไปล้างน้ำและใช้แปรงถูให้สะอาด เตรียมลังซึ้ง(หม้อนึ่ง) สำหรับนึ่งต้มน้ำให้เดือดเสียก่อน …แล้วจึงนำขิงทุบ 2 หัว และหอมทุบ 1 กำมือ มารองก้นหม้อนึ่ง …จากนั้นจึงเอาเนื้อปูวางทับแล้วเอาเหล้า 2 ช้อนโต๊ะเทราดบนเนื้อปู …นึ่งนาน 10 นาที จนปูสุกเปลี่ยนสี …เอาออกมาตั้งคลายร้อนก่อน แล้วจึงค่อยแกะเอาเนื้อปูมาไว้ทำข้าวผัด
  • ใช้หอมใหญ่แทนกระเทียม เพราะหอมใหญ่จะทำให้ข้าวผัดนั้นหอมกว่าการใช้กระเทียม
  • การทำข้าวผัดปูไม่ควรปรุงรสด้วยน้ำปลา หรือน้ำมันหอย เพราะนั่นจะทำให้ข้าวผัดปูเสียรสชาติ แถมสีของข้าวผัดก็จะคล้ำ ไม่สวยด้วยค่ะ ให้ใช้เกลือป่นแทน
  • ใส่น้ำส้มสายชู เพื่อให้ข้าวผัดปูมีเม็ดขาว ใส และเพิ่มความกลมกล่อมให้กับรสชาติข้าวผัดด้วย
read more

Sunday, March 27, 2016

2 สูตรข้าวผัดกระเพราหมูชิ้น พร้อมวิธีผัดกระเพราให้อร่อย


"กระเพราะหมู" ที่ไม่วาจะเป็น "กระเพราหมูชิ้น"หรือ "กระเพราหมูสับ" อีกเมนูอาหารตามสั่งยอดฮิตที่คนทั่วไปนิยมสั่งมารับประทาน ด้วยรสชาติความอร่อยแซ่บที่ถูกปากถูกใจสไตล์อาหารไทย มีรสจัดจ้านออกเผ็ดนิดๆ เค็มหวานกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษ์จากใบกระเพรา ที่เดี๋ยวนี้ถ้าสั่งตามร้านอาหารจานหนึ่งก็ค่อนข้างมีราคาแพงอยู่เหมือนกัน และที่ผัดกระเพราเหมือนกันแต่อร่อยต่างกัน ก็เพราะมีสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยในการผัดกระเพราหมูอยู่บ้าง วันนี้ Zabwer.com จึงขอนำเสนอเมนู 2 สูตรข้าวผัดกระเพราหมูชิ้น พร้อมวิธีผัดกระเพราให้อร่อยมาฝากครับ เป็นอีกสูตรอร่อยแซ่บเวอร์ สามารถทำเองได้ง่ายๆ เลย อิ่มอร่อยได้ทั้งครอบครัวในราคาประหยัด ที่มีสูตรและขั้นตอนตามนี้เลย

สูตรที่ 1 ผัดกระเพราหมูชิ้นราดข้าว หมูหมักเนื้อนุ่มอร่อย


ส่วนประกอบ (สำหรับ 2-3 ที่)
  1. เนื้อหมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นพอคำ 300 กรัม
  2. ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  3. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา 
  5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  6. กระเทียม 10 กลีบ 
  7. พริกขี้หนู 7 เม็ด 
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  9. ซอสหอยนางรมอีก 1 ช้อนโต๊ะ 
  10. น้ำปลา 1 ช้อนชา 
  11. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา 
  12. น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ 
  13. ใส่ใบกระเพรา 1 ถ้วยตวง (หรือเพอ่มปริมาณตามชอบ)
  14. พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ 1 เม็ด
วิธีทำ 
  1. หมักเนื้อหมูกับ ไข่ไก่ ซอสหอยนางรม เกลือป่น น้ำตาลทราย นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที 
  2. นำกระเทียมกับพริกขี้หนูมาโขลกรวมกันพอแหลก ตักใส่ถ้วย พักไว้
  3. ตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่พริกกับกระเทียมที่โขลกไว้แล้วลงไปผัดพอหอม จึงใส่ซอสหอยนางรมอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดจนหอมดีแล้ว…ค่อยใส่หมูหมัก (ข้อ1) ลงไปผัดจนหมูเริ่มสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา 1 ช้อนชา, ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา, เติมน้ำเปล่าลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะพอให้ขลุกขลิก ผัดให้เข้ากัน ชิมรสดูปรับแต่งตามชอบ 
  4. แล้วค่อยใส่ใบกระเพรา และพริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ ผัดพอเข้ากันอีกที…แล้วตักใส่จาน หรือตักราดข้าวสวยร้อนๆ พร้อมรับประทาน
สูตรที่ 2 ผัดกระเพราหมูชิ้นราดข้าว สูตรอร่อย ทำง่ายๆ
เป็นสูตรจากคุณ Samanthasmommyสมาชิกเว็บบล็อกแก็งดอทคอม ต้องขอขอบคุณเจ้าของสูตรมากครับสำหรับสูตรอร่อยและทำได้ง่ายๆครับ สูตรนี้


ส่วนประกอบ (สำหรับ 1 ที่)
  1. ข้าวสวย 1 ถ้วยตวง
  2. เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบางๆพอคำ 130 กรัม
  3. พริกสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 3 ถึง 4 เม็ด
  4. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ซอสน้ำมันหอย 2 ช้อนชา
  6. ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
  7. น้ำตาล เศษ 1 ส่วน 3 ช้อนชา
  8. น้ำปลา ครึ่ง ช้อนชา
  9. ใบกระเพราสับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีกระเพราไทยให้ใช้กระเพราฝรั่งแบบดิฉันได้)
  10. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
  11. น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อนให้ใส่กระเทียมและพริกสดตามลงไปผัดให้กระเทียมหอมและเหลืองนิดๆ
  2. ใส่เนื้อหมูตามลงไปและผัดให้เนื้อหมูเกือบสุก
  3. ใส่ซอสน้ำมันหอย, ซอสถั่วเหลือง, น้ำปลา, ซีอิ้วดำ และน้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ให้เติมน้ำหรือน้ำซุปได้นิดหน่อยเพื่อให้ผัดมีน้ำคลุกคลิก
  4. ในขั้นตอนสุดท้ายให้ปิดไฟเตาและใส่ใบกระเพราสับตามลงไป ผัดให้ส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง 
  5. ตักผัดกระเพราราดบนข้าวสวยที่เตรียมไว้ เสิร์ฟทันที

เคล็ดลับวิธีทำผัดกระเพราให้อร่อย
· สำหรับทำผัดกระเพราหมูชิ้น ควรเลือกใช้เนื้อหมูสันนอก (เนื้อหมูจะนุ่มไม่กระด้าง) และนำหมูหั่นชิ้นไปหมักก่อน (สัก 30 นาที) …เพื่อให้เนื้อหมูนุ่มน่ารับประทานและอร่อยยิ่งขึ้น

· อีกวิธีผัดกระเพราให้อร่อย คือเ เริ่มจากพริกขี้หนูสวนตำกับกระเทียม ลงผัดในกระทะน้ำมันไม่มาก…ใส่หมูหมักลงไปผัด…พอหมูเริ่มสุก เติมน้ำซุปนิดนึงไม่ให้มันแห้งมากไป ใส่น้ำปลาพอมีกลิ่น ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายหน่อย…เร่งไฟแรง ใส่ใบกะเพรา น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ (ซีอิ๊วดำใส่นิดหน่อยเพื่อเพิ่มสีสัน) ผัดให้เข้ากัน…ปิดไฟตักพร้อมเสิร์ฟ

· สิ่งสำคัญคือ ความหอมของใบกระเพรา ให้เลือกกะเพราใบเล็กและมีดอกติดมาด้วยเท่านั้น เพราะจะให้กลิ่นหอมมากกว่ากระเพราใบใหญ่…แต่ถ้าจะให้ดีเลือกเป็นใบกะเพราแดงได้จะดีมาก (แต่สมัยนี้หาไม่ค่อยได้แล้ว) เพราะหอมเยอะกว่ากระเพราขาว (ก็คือใบเขียวๆ อย่างที่เห็นทั่วไปตามท้องตลาดนั่นละ)

· ควรเลือกใช้เป็นพริกขี้หนูสวนเพราะหอมกว่า หรืออาจจะใส่พริกขี้หนูสวนลงไปก่อน และตามด้วยพริกขี้หนูแดง ( ที่ใช้ตำส้มตำ ) ก็ได้ ก็จะผัดได้หอมฉุยเช่นกัน

· ควรเลือกใช้เป็นกระเทียมไทยกลีบเล็ก เพราะมีกลิ่นหอมมากกว่ากระเทียมกลีบใหญ่

· ซอสปรุงรส...ต่างยี่ห้อกันรสชาติก็ต่างกันแล้ว ...ดังนั้นควรเลือกที่คุณภาพค่อนข้างดี

Credit: bloggang.com/mainblog.php?id=samanthasmommy&month=03-10-2015&group=7&gblog=100
read more

Thursday, March 3, 2016

ปีกไก่ทอดน้ำปลาสูตรเด็ด เมนูอาหารทำง่ายๆ


"ปีกไก่ทอดน้ำปลา" เมนูไก่ทอดที่ทำทานเมื่อไรก็แสนอร่อย อีกเมนูอาหารทำง่ายๆ จะทานคู่กับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวก็ได้ หรือจะทานเป็นเมนูอาหารว่างทานเล่น หรือกินแกล้มกับเบียร์ก็อร่อยเพลินเลย
เชียว สำหรับปีกไก่ทอดน้ำปลาสูตรเด็ดที่นำมาฝากนี้ มีส่วนผสมน้อยมากและวิธีทำก็แสนง่าย แต่ที่สำคัญยังไงรสชาติต้องอร่อยเด็ดแน่นอน วันไหนนึกเมนูอาหารไม่ออกก็เข้าครัวทำปีกไก่ทอดน้ำปลาก็ได้ครับ อิ่มอร่อยทั้งครอบครัวในราคาสบายกระเป๋า ที่มีสูตรและขั้นตอนตามนี้เลย

ส่วนผสม
  1. ปีกไก่ 10-12 ชิ้น
  2. น้ำปลา (ใช้หอยเป๋าฮื้อค่ะ) 2 ช้อนโต๊ะ
  3. แป้งทอดกรอบ (ใช้ยี่ห้อโกกิ หรืออังเคิ้ลบานส์) 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันพืชสำหรับทอด (เยอะหน่อยนะครับ) 
วิธีทำ
  1. นำปีกไก่มาล้างทำความสะอาด เสร็จแล้วใช้มีดบั้งไก่ทั้งสองด้าน ด้านละ 2 บั้ง
  2. นำปีกไก่ไปหมักด้วยน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากันจนทั่วชิ้นไก่ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที (ถ้ามีเวลาก็หมักไว้สัก 3 ชั่วโมงก็ได้)
  3. หมักไก่ครบ 30 นาทีแล้ว ให้โรยแป้งทอดกรอบลงบนปีกไก่ จากนั้นก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป ใช้ไฟปานกลาง รอจนกระทั่งน้ำมันร้อน จากนั้นเอาปีกไก่ที่คลุกแป้งทอดกรอบไว้ ลงไปทอด ให้สุกเหลืองกรอบ
  5. เสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ ให้สะเด็ดน้ำมันค่…จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟจะรับประทานคู่กับข้าวสวย หรือข้าวเหนียวก็ได้ 
แนะนำเพิ่มเติม
  • ความเค็มของน้ำปลาแต่ละยี่ห้อนั้นไม่เท่ากัน และแต่ละคนก็ชอบความเค็มไม่เท่ากันด้วย
  • การหมักไก่ ยิ่งหมักไว้นานก็จะช่วยทำให้เส่วนผสมซึมเข้าสู่เนื้อไก่ได้มากขึ้น ทำให้ไก่มีรสชาตติอร่อยยิ่งขึ้น …ควรหมักแช่ไว้ในตู้เย็น (ช่องแช่เย็นธรรมดา) อย่างน้อยสัก 30 นาที หรือหลายชั่วโมงได้ยิ่งดี … หรืออาจใช้ซ้อมจิ้มๆที่ผิวไก่ด้วยก็ได้ ก็จะช่วยทำให้ส่วนผสมซึมเข้าเนื้อไก่ได้ดียิ่งขึ้น
read more

มะม่วงน้ำปลาหวานสูตรแซ่บ เมนูทำง่ายๆ ด้วยไมโครเวฟ

"มะม่วงน้ำปลาหวาน" แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกน้ำลายสอขึ้นมาทันที อีกเมนูอาหารว่างรสแซ่บอร่อยถูกปากถูกใจสไตล์อาหารไทย รับประทานได้เรื่อยๆไม่รู้เบื่อ แต่เมื่อนึกหิวมะม่วงน้ำปลาหวานขึ้นมา ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะไปซื้อมารับประทานเพราะคิดว่าสะดวกไม่ต้องเสียเวลาทำ แต่จริงๆแล้วขอบอกว่ามะม่วงน้ำปลาหวานนั้นทำง่ายกว่าที่คิดและใช้เวลาแปบเดียว ที่สำคัญต้องอร่อยแซ่บถูกใจ วันนี้ zabwer.com จึงขอนำเสนอวิธีทำมะม่วงน้ำปลาหวานสูตรแซ่บด้วยไมโครเวฟ ที่ใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็ได้มะม่วงน้ำปลาหวานมารับประทานแล้ว และอร่อยแซ่บเวอร์แน่นอน แถมกินได้อิ่มสะใจในราคาประหยัดอีกด้วย ที่มีส่วนผสมและวิธีทำง่ายๆตามนี้เลย

ส่วนผสม
1. กุ้งแห้งเนื้อตำ (แต่ไม่ต้องละเอียดพอบุบๆหรือแล้วแต่ชอบ)
2. กะปิดี ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาลปิ๊บประมาณ 1/2 ถ้วยตวง
4. น้ำปลาประมาณ 2 - 3 ช้อนโต๊ะ
5. พริกขี้หนูซอยประมาณ 6 - 10 เม็ด (แล้วแต่ชอบ)
6. หัวหอมซอย ประมาณ 4 - 6 หัว

วิธีทำ
1. นำน้ำตาลปี๊บกับน้ำปลาผสมให้เข้ากัน
2. ใส่กะปิลงไปด้วย แล้วนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที


3.จากนั้นนำออกมาคน แล้วใส่กุ้งแห้ง ตามด้วยพริกขี้หนูที่ซอยไว้แล้ว
4. นำเข้าไมโครเวฟอีกประมาณ 1 นาที
5. เมื่อครบเวลา ใส่หัวหอมซอย แล้วนำเข้าไมโครเวฟอีก 30 วินาที
6. นำออกมาคนให้เข้ากัน ลองชิมรสดู ปรุงรสเพิ่มตามชอบ อาจเติมน้ำตาล หรือน้ำปลา ตามแต่ที่ชอบได้เลย
7. เสิร์ฟพร้อมมะม่วงฝานบางๆ ก็พร้อมรับประทานได้แล้ว


แนะนำเพิ่มเติม
• กุ้งแห้งควรโขลกในครกจนเนื้อฟู หรือถ้าจะใส่เครื่องปั่นก็ได้เเต่เนื้อจะไม่ค่อยฟู
• นำปลาควรใส่แต่น้อย เพราะสามารถปรุงเพิ่มรสชาติได้ แต่ถ้าใส่มากไป เวลาปรับแก้รสชาติมันจะทำยากครับ
• สามารถใช้ได้ทั้งไมโครเวฟ หรือเตาอบไฟฟ้า หรือกระทะไฟฟ้า หรือเตาแก็ส หรือเตาถ่านก็ได้ แต่ที่ให้เข้าไมโครเวฟคือเป็นไอเดียวิธีทำน้ำพริกปลาหวานอร่อยแบบง่ายๆ และรวดเร็วทันใจครับ
• ถ้าต้องการเก็บไว้ได้นานๆ…ก็ให้ทำตัวน้ำปลาหวานใส่ภาชนะปิดฝาให้มิดชิดแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้…เมื่อเวลาจะรับประทานค่อยซอยหอมแดงและพริกขี้หนูใส่ลงไป…ก็จะได้ความหอมของหอมแดงกับพริกมากกว่าตอนใส่ร้อนๆด้วย

เป็นอีกวิธีทำน้ำพริกปลาหวานแบบง่ายๆ แต่อร่อยแซ่บสุดๆเลยละครับ เข้าไมโครเวฟไม่ถึงนาที ปรุงเพิ่มรสชาติอีกหน่อยก็พร้อมรับประทานได้ทุกเมื่อ ง่ายๆแบบนี้ก็ลองนำไปทำดูนะครับ

Credit: pun-prai.exteen.com
read more