Featured Posts

  • วิธีทำอาหาร

    สูตรอาหารพร้อมวิธีการทำอาหารแบบละเอียด Step-by-step ทำให้คุณสามารถทำอาหารได้อร่อยตรงตามสูตรและสามารถประยุกต์ให้อร่อยยิ่งขึ้นตามสไตล์ของคุณเอง...

  • อาหารนานาชาติ

    ไม่เฉพาะอาหารไทย ยังมีเมนูอาหารนานาชาติ ทั้งยุโรป เอเซีย และอาเซียน สูตรอาหารมากมายหลากหลาย สำหรับมื้อพิเศษของคุณ...

  • ต้ม ผัด แกง ทอด

    สูตรอาหาร เมนูอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด เมนูอาหารที่หลากหลาย อร่อยแบบแซ่บเวอร์ รอคุณอยู่...

Tuesday, April 12, 2016

2 สูตรขนมเปียกปูน พร้อมวิธีทำขนมเปียกปูนให้อร่อยหอมหวาน


"ขนมเปียกปูน" เป็นสูตรขนมไทยที่มีมาแต่โบราณ เป็นอีกเมนูขนมไทยที่ทำง่ายๆ แต่ก็มีความละเอียดอ่อนในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำที่พิถีพิถัน ขนมเปียกปูนนั้นมีรสชาติอร่อยหอมหวาน มีกลิ่นหอมๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ฉพาะตัว และมีสีสันสวยงาม ขนมเปียกปูนสีดำที่ได้จากกาบมะพร้าวเผา และสีเขียวที่ได้จากใบเตยกลิ่นหอมๆ โรยมะพร้าวลงไปอีกสักนิด จะทำให้อร่อยติดอกติดใจนั้นไม่ยากเลย แต่นับวันจะหารับประทานได้ยากขึ้น วันนนี้ Zabwer.com จึงได้นำขนมเปียกปูน 2 สูตรอร่อย พร้อมเคล็ดลับวิธีทำขนมเปียกปูนมาฝากครับ อีกขนมไทยอร่อยหอมหวาน เมนูขนมไทยทำง่ายๆ จะทำกินก็ได้หรือทำขายก็ได้ด้วยขนมเปียกปูนสูตรอร่อย ขนมเปียกปูนสูตรโบราณ 2 สูตรนี้


1. ขนมเปียกปูน สูตรอร่อยทำง่ายๆ
อีกสูตรขนมเปียกปูนสูตรอร่อยหวานหอมที่อยากแนะนำ จะทำกินเองหรือทำขายก็อร่อยไม่ผิดหวังครับ

ส่วนผสม
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมันสำปะหลัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว ¾ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส 2 ½ ถ้วยตวง
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มๆ ½ ถ้วยตวง
  • น้ำมันพืช
ส่วนผสมมะพร้าวสำหรับโรยหน้า
  • มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
  • เกลือป่นหยาบ ½ ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ผสมแป้งทุกชนิดเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลมะพร้าวและน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากันประมาณ 10 นาที
  2. ค่อยๆ เทน้ำปูนใสใส่ลงไปทีละน้อยจนหมด และใส่น้ำใบเตยคนให้เข้ากัน แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำแป้ง
  3. จากนั้นนำน้ำแป้งที่ได้เทใส่ในกระทะทอง …กวนไปทางเดียวกันจนกว่าแป้งเหนียว ประมาณ 30 นาที
  4. เสร็จแล้วเทใส่ถาดหรือพิมพ์ (ที่ทาด้วยน้ำมันพืชบางๆ) พักให้เย็น …จากนั้นตัดแบ่งออกเป็นชิ้น โรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึกผสมเกลือป่น จัดเสิร์ฟ

2. ขนมเปียกปูนสูตรโบราณ
ขนมเปียกปูนสูตรโบราณ สูตรนี้เป็นสูตรจากคุณสง่า สิงโต เจ้าของร้านขนมไทยโบราณต้นตำหรับประจำจังหวัดพิษณุโลกจากเว็บ Rakbankerd.com ที่สามารถทำกินเองหรือทำขายได้สบายๆ เป็นสูตรอร่อยหอมหวาน ที่พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบและวิธีทำที่อาจใช้เวลาทำอยู่บ้าง แต่รับประกันความอร่อย


ส่วนผสม
  1. แป้งข้าวเจ้า 4 ถ้วยตวง
  2. แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
  4. น้ำตาลปีบ 3 ถ้วยตวง
  5. น้ำเปล่า 8 ถ้วยตวง
  6. มะพร้าวทึนทึก 1 ผล
  7. ใบตาลเผาไฟหรือกาบมะพร้าวเผาไฟ 3 กาบ (แต่วันนี้คุณยายใช้ใบตาลเผาไฟเพราะคุณยายบอกว่ามันจะหอมกว่า)
 

วิธีทำ
  1. ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ผสมน้ำปูนใส น้ำเปล่า และน้ำตาลกรองด้วยผ้าขาวบาง
  2. กาบมะพร้าวที่เผาแล้วละลายน้ำที่เหลือ กรองด้วยผ้าขาวบาง ผสมลงในแป้งให้มีสีดำ
  3. กวนแป้งในกระทะทอง หรืออะลูมิเนียมสำหรับทำขนมก็ได้ กวนจนเหนียว เกือบแห้ง ซึ่งอาจจะใช้เวลาแตกต่างกันตามสูตรนี้แนะนำให้เคี่ยวเตาถ่าน และจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ครึ่งขึ้นไป แต่ถ้ากวนขายแบบคุณยายในปริมาตรเดียวกันจะใช้เวลากวน3 ชั่วโมงอย่างน้อยกว่าขนมจะเหนี่ยวเข้าที่
  4. ตักใส่ถาดพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็น จะตัดเป็นชิ้นหรือแกะออกจากพิมพ์ก็ได้
  5. ใช้มะพร้าวขูดเป็นเส้น คลุกกับเกลือป่นเล็กน้อย โรยบนขนมเป็นอันเสร็จ
เคล็ดลับความอร่อย วิธีการทำขนมเปียกปูน
  • ถ้าเป็นเปียกปูนสีดำใช้น้ำปูนใส 3 ถ้วยตวง และเปลี่ยนจากน้ำใบเตยเป็นขี้เถ้าจากกาบมะพร้าว (ปริมาณแค่พอให้แป้งเป็นสีเทาไม่ต้องดำมาก)
  • น้ำปูนที่ใช้ควรแช่ไว้อย่างน้อย 3 วัน โดยใช้อัตราส่วนของปูนแดงหรือปูนขาว 1 ส่วน ต่อ น้ำ 3 ส่วน แช่ในภาชนะพลาสติก หรือภาชนะเคลือบก้อได้ น้ำทีใช้จะเป็นน้ำที่เราตักเอาแต่ใสๆ
  • เทคนิคการกวนที่ถูกวิธีคือกวนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อจะได้แป้งที่เหนียว
read more

Monday, April 11, 2016

สูตรปูกะตอยทอดสมุนไพร เมนูอาหารว่าง หวานกรอบรสเด็ด


สูตรอาหารไทย "ปูกะตอยทอดสมุนไพร" หรือ "ปูกะตอยทอดกรอบ" อีกหนึ่งเมนูอาหารว่างที่ทำง่ายๆ แต่รับรองว่าอร่อยรสเด็ดแน่นอนลองได้รับประทานแล้วจะอร่อยติดใจ ปูกะตอยทอดสมุนไพรเป็นการนำปูกะตอยมาคลุกเคล้ากับส่วนผสมและชุบแป้งทอด แล้วก็ทอดจนสุกเหลืองพอดี เพียงเท่านี้ก็ได้เมนูปูกะตอยทอดกรอบมารับประทานแล้ว วันนี้เราจึงได้นำสูตรเด็ดและวิธีทำปูกะตอยทอดสมุนไพรมาฝากครับ จะทานคู่กับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวก็ได้ หรือจะทานเป็นเมนูอาหารว่างทานเล่น หรือกินเป็นกับแกล้ม หรือทานคู่กับส้มตำก็อร่อยรสเด็ด


ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่)
  1. ปูกะตอย 500 กรัม
  2. น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
  3. ใบมะกรูดหั่นหยาบๆ 10 ใบ
  4. ตะไคร้ซอย 3 ต้น
  5. ข่าสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  6. แป้งทอดกรอบ ½ ถ้วย
  7. น้ำเปล่า ½ - ¾ ถ้วย
  8. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  10. น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย
วิธีทำ
  1. ล้างปูกะตอยให้สะอาด เคล้าเกลือเล็กน้อย พักไว้ ล้างอีกครั้งให้สะอาด ใส่ตะแกรง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  2. ค่อยๆ ใส่น้ำผสมกับแป้งทอดกรอบพอชุบปูติด อย่าให้แป้งเป็นเม็ด ใส่น้ำพริกแกงเผ็ด คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ใส่สมุนไพร คนให้เข้ากัน
  3. ตั้งกระทะน้ำมันใช้ไฟปานกลางให้ร้อน นำปูลงชุบแป้งแล้วทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ สามารถรับประทานเป็นกับข้าวหรือเสิร์ฟเป็นอาหารกินเล่นก็ได้ทั้งนั้น
read more

Tuesday, March 29, 2016

สูตรข้าวผัดปู พร้อมเคล็ดลับการทำข้าวผัดปูให้อร่อย เหมือนร้านดังๆ


"ข้าวผัดปู" (Thai Fried rice with crabmeat) เมนูอาหารตามสั่ง อีกเมนูข้าวผัดแสนอร่อย ยิ่งผู้ที่ชื่นชอบเนื้อปูด้วยแล้วก็คงติดอกติดใจในรสชาติได้ไม่ยาก ด้วยเนื้อปูนั้นมีรสชาติหอมหวานอร่อย ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น แต่ทว่าราคานั้นก็ค่อนข้างจะสูงอยู่สักหน่อย สำหรับใครที่กำลังมาหาสูตรข้าวผัดปูแสนอร่อยอยู่ ห้ามพลาด!! วันนี้ Zabwer.com ได้นำสูตรข้าวผัดปู พร้อมเคล็ดลับวิธีทำข้าวผัดปูให้อร่อยเหมือนร้านดังๆมาฝากไว้ที่นี่แล้ว ...ใครทำข้าวผัดปูให้อร่อยนั้นทำยากนักหนา ถ้าลองได้มีสูตรเด็ดๆ พร้อมเคล็ดลับดีๆ แบบนี้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาตามหาร้านข้าวผัดปูอร่อย ๆ อีกต่อไปแล้ว (^__^) สามารถทำรับประทานเองได้ที่บ้าน อิ่มอร่อยทั้งครอบครัว ที่มีสูตรและวิธีทำข้าวผัดปูให้อร่อยตามนี้เลย


เครื่องปรุงและส่วนผสม (สำหรับ 2 ที)
  1. ข้าวสวย 2 ถ้วยตวง
  2. เนื้อปูนึ่งแกะเป็นชิ้น 1 ถ้วยตวง
  3. หอมใหญ่หั่นแว่น1/2 ลูก 
  4. ต้นหอมซอย 2 ต้น
  5. แครอทหั่น
  6. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  7. กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  9. ซ๊อสปรุงรส 1 ช้อนชา
  10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  11. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  12. แตงกวาหั่นเป็นชิ้น, มะนาวหั่น, ต้นหอม 3 ต้น (ทานเป็นผักแกล้ม)
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะไฟแรงปานกลาง ใส่น้ำมันถั่วเหลืองเล็กน้อย และผสมเนยเพื่อให้หอมพอเนยละลาย ใส่กระเทียมลงไปผัดจนเหลืองหอม 
  2. ใส่ไข่ไก่ที่เราตีให้เข้ากันในถ้วยไว้แล้วลงไปใช้ตะหลิวยีไข่ จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน
  3. ใส่หัวหอมใหญ่, เนื้อปู แครอทหั่น และต้นหอมซอย ลงไปผัดคลุกเคล้ากัน ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว, ซ๊อสปรุงรสและน้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน จึงปิดไฟ
  4. ตักใส่จาน เหยาะพริกไทยโรยหน้านิดหน่อย เสริฟทันทีขณะร้อนพร้อมแตงกวา, ต้นหอม, มะนาวและพริกน้ำปลา

เคล็ดลับการทำข้าวผัดปูให้อร่อยเหมือนร้านดังๆ  นั้นมีดังนี้
  • การที่จะทำให้ข้าวผัดทุกชนิดอร่อยไม่เฉพาะแต่ข้าวผัดปู นั้นเริ่มจากควรใช้ข้าวที่หุงออกมาแล้วเป็นเม็ดสวย ยังแข็งอยู่ ไม่บานออก และที่สำคัญคือควรจะพักข้าวที่หุงสุกแล้วให้เย็นสนิทเสียก่อน เพื่อที่ข้าวผัดจะได้ไม่แฉะนั่นเอง (ถ้าหุงข้าวแล้วเย็นไม่ทัน จะใช้พัดลมช่วยเป่าให้เย็นก็ได้) …หรือจะใช้เป็นข้าวเก่า ก็จะยิ่งดี 
  • วิธีการหุงข้าว” เพื่อใช้ทำข้าวผัดคือ สำหรับข้าวสารใหม่ต้องใส่น้ำน้อยเพราะข้าวยังมีความชื้นอยู่มาก …แต่ถ้าเป็นข้าวเก่าต้องใส่น้ำให้ท่วมข้าวหนึ่งองคุลี หุงแบบไม่เช็ดน้ำ หรือนึ่งก็จะได้ข้าวสวยที่เป็นเม็ดสวยมีคุณค่าสูง …เมื่อสุกใหม่ร้อนๆ (ทั้งแบบที่ใช้ข้าวสารเก่าและใหม่) ต้องนำไปเกลี่ยใส่ถาดให้ข้าวเย็นเสียก่อน จึงนำมาผัด ข้าวจะไม่เกาะตัวเป็นก้อน …แต่ถ้าใช้เป็นข้าวกล้องเพื่อนำมาทำข้าวผัดนั้น มีวิธีหุงคือต้องใส่น้ำมาก เพราะข้าวกล้องดูดน้ำได้ดี แต่เมื่อสุกทิ้งให้เย็นแล้วต้องผัดเลย ไม่ควรนำข้าวกล้องที่ทิ้งไว้นานมาผัด เพราะข้าวสวยที่หุงจากข้าวกล้องจะบูดง่ายกว่าข้าวสวยที่หุงจากขัาวขาว
  • กระทะ” เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำข้าวผัดเลยทีเดียว กระทะเหล็กรับความร้อนได้เร็วและดี แต่ข้าวจะติดกระทะ ต้องผัดเร็วๆเหมาะสำหรับแม่ครัวที่ชำนาญในการผัดขัาว เพราะข้าวผัดที่ได้จะมีกลิ่นหอม ถ้าเป็นแม่ครัวมือใหม่ต้องใช้กระทะเทฟล่อน แต่กลิ่นหอมจะสู้ข้าวที่ผัดจากกระทะอะลูมิเนียม กระทะเหล็ก หรือกระทะเหล็กเคลือบไม่ได้ 
  • การทำข้าวผัดปูกลิ่นของเนื้อปูต้องเด่น การเลือกปูสดมาทำคือ ใช้เป็นส่วนเนื้อปูจะให้กลิ่นที่หอมกว่าก้ามปู …ควรเลือกใช้เนื้อปูนึ่ง เพราะมีกลิ่นหอมกว่าเนื้อปูต้ม (เวลานำมาผัดจะทำให้รสชาติอร่อยกว่า)
  • เทคนิคการทำเนื้อปูนึ่ง ...เมื่อใช้ทำข้าวผัดปู คือใช้ปูสดใหม่ 1 กิโลกรัม นำไปล้างน้ำและใช้แปรงถูให้สะอาด เตรียมลังซึ้ง(หม้อนึ่ง) สำหรับนึ่งต้มน้ำให้เดือดเสียก่อน …แล้วจึงนำขิงทุบ 2 หัว และหอมทุบ 1 กำมือ มารองก้นหม้อนึ่ง …จากนั้นจึงเอาเนื้อปูวางทับแล้วเอาเหล้า 2 ช้อนโต๊ะเทราดบนเนื้อปู …นึ่งนาน 10 นาที จนปูสุกเปลี่ยนสี …เอาออกมาตั้งคลายร้อนก่อน แล้วจึงค่อยแกะเอาเนื้อปูมาไว้ทำข้าวผัด
  • ใช้หอมใหญ่แทนกระเทียม เพราะหอมใหญ่จะทำให้ข้าวผัดนั้นหอมกว่าการใช้กระเทียม
  • การทำข้าวผัดปูไม่ควรปรุงรสด้วยน้ำปลา หรือน้ำมันหอย เพราะนั่นจะทำให้ข้าวผัดปูเสียรสชาติ แถมสีของข้าวผัดก็จะคล้ำ ไม่สวยด้วยค่ะ ให้ใช้เกลือป่นแทน
  • ใส่น้ำส้มสายชู เพื่อให้ข้าวผัดปูมีเม็ดขาว ใส และเพิ่มความกลมกล่อมให้กับรสชาติข้าวผัดด้วย
read more

Sunday, March 27, 2016

2 สูตรข้าวผัดกระเพราหมูชิ้น พร้อมวิธีผัดกระเพราให้อร่อย


"กระเพราะหมู" ที่ไม่วาจะเป็น "กระเพราหมูชิ้น"หรือ "กระเพราหมูสับ" อีกเมนูอาหารตามสั่งยอดฮิตที่คนทั่วไปนิยมสั่งมารับประทาน ด้วยรสชาติความอร่อยแซ่บที่ถูกปากถูกใจสไตล์อาหารไทย มีรสจัดจ้านออกเผ็ดนิดๆ เค็มหวานกลมกล่อม และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษ์จากใบกระเพรา ที่เดี๋ยวนี้ถ้าสั่งตามร้านอาหารจานหนึ่งก็ค่อนข้างมีราคาแพงอยู่เหมือนกัน และที่ผัดกระเพราเหมือนกันแต่อร่อยต่างกัน ก็เพราะมีสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยในการผัดกระเพราหมูอยู่บ้าง วันนี้ Zabwer.com จึงขอนำเสนอเมนู 2 สูตรข้าวผัดกระเพราหมูชิ้น พร้อมวิธีผัดกระเพราให้อร่อยมาฝากครับ เป็นอีกสูตรอร่อยแซ่บเวอร์ สามารถทำเองได้ง่ายๆ เลย อิ่มอร่อยได้ทั้งครอบครัวในราคาประหยัด ที่มีสูตรและขั้นตอนตามนี้เลย

สูตรที่ 1 ผัดกระเพราหมูชิ้นราดข้าว หมูหมักเนื้อนุ่มอร่อย


ส่วนประกอบ (สำหรับ 2-3 ที่)
  1. เนื้อหมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นพอคำ 300 กรัม
  2. ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  3. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา 
  5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  6. กระเทียม 10 กลีบ 
  7. พริกขี้หนู 7 เม็ด 
  8. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  9. ซอสหอยนางรมอีก 1 ช้อนโต๊ะ 
  10. น้ำปลา 1 ช้อนชา 
  11. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา 
  12. น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ 
  13. ใส่ใบกระเพรา 1 ถ้วยตวง (หรือเพอ่มปริมาณตามชอบ)
  14. พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ 1 เม็ด
วิธีทำ 
  1. หมักเนื้อหมูกับ ไข่ไก่ ซอสหอยนางรม เกลือป่น น้ำตาลทราย นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที 
  2. นำกระเทียมกับพริกขี้หนูมาโขลกรวมกันพอแหลก ตักใส่ถ้วย พักไว้
  3. ตั้งกระทะไฟกลางใส่น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่พริกกับกระเทียมที่โขลกไว้แล้วลงไปผัดพอหอม จึงใส่ซอสหอยนางรมอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดจนหอมดีแล้ว…ค่อยใส่หมูหมัก (ข้อ1) ลงไปผัดจนหมูเริ่มสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา 1 ช้อนชา, ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา, เติมน้ำเปล่าลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะพอให้ขลุกขลิก ผัดให้เข้ากัน ชิมรสดูปรับแต่งตามชอบ 
  4. แล้วค่อยใส่ใบกระเพรา และพริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ ผัดพอเข้ากันอีกที…แล้วตักใส่จาน หรือตักราดข้าวสวยร้อนๆ พร้อมรับประทาน
สูตรที่ 2 ผัดกระเพราหมูชิ้นราดข้าว สูตรอร่อย ทำง่ายๆ
เป็นสูตรจากคุณ Samanthasmommyสมาชิกเว็บบล็อกแก็งดอทคอม ต้องขอขอบคุณเจ้าของสูตรมากครับสำหรับสูตรอร่อยและทำได้ง่ายๆครับ สูตรนี้


ส่วนประกอบ (สำหรับ 1 ที่)
  1. ข้าวสวย 1 ถ้วยตวง
  2. เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบางๆพอคำ 130 กรัม
  3. พริกสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 3 ถึง 4 เม็ด
  4. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ซอสน้ำมันหอย 2 ช้อนชา
  6. ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
  7. น้ำตาล เศษ 1 ส่วน 3 ช้อนชา
  8. น้ำปลา ครึ่ง ช้อนชา
  9. ใบกระเพราสับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีกระเพราไทยให้ใช้กระเพราฝรั่งแบบดิฉันได้)
  10. ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
  11. น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อนให้ใส่กระเทียมและพริกสดตามลงไปผัดให้กระเทียมหอมและเหลืองนิดๆ
  2. ใส่เนื้อหมูตามลงไปและผัดให้เนื้อหมูเกือบสุก
  3. ใส่ซอสน้ำมันหอย, ซอสถั่วเหลือง, น้ำปลา, ซีอิ้วดำ และน้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ให้เติมน้ำหรือน้ำซุปได้นิดหน่อยเพื่อให้ผัดมีน้ำคลุกคลิก
  4. ในขั้นตอนสุดท้ายให้ปิดไฟเตาและใส่ใบกระเพราสับตามลงไป ผัดให้ส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง 
  5. ตักผัดกระเพราราดบนข้าวสวยที่เตรียมไว้ เสิร์ฟทันที

เคล็ดลับวิธีทำผัดกระเพราให้อร่อย
· สำหรับทำผัดกระเพราหมูชิ้น ควรเลือกใช้เนื้อหมูสันนอก (เนื้อหมูจะนุ่มไม่กระด้าง) และนำหมูหั่นชิ้นไปหมักก่อน (สัก 30 นาที) …เพื่อให้เนื้อหมูนุ่มน่ารับประทานและอร่อยยิ่งขึ้น

· อีกวิธีผัดกระเพราให้อร่อย คือเ เริ่มจากพริกขี้หนูสวนตำกับกระเทียม ลงผัดในกระทะน้ำมันไม่มาก…ใส่หมูหมักลงไปผัด…พอหมูเริ่มสุก เติมน้ำซุปนิดนึงไม่ให้มันแห้งมากไป ใส่น้ำปลาพอมีกลิ่น ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายหน่อย…เร่งไฟแรง ใส่ใบกะเพรา น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ (ซีอิ๊วดำใส่นิดหน่อยเพื่อเพิ่มสีสัน) ผัดให้เข้ากัน…ปิดไฟตักพร้อมเสิร์ฟ

· สิ่งสำคัญคือ ความหอมของใบกระเพรา ให้เลือกกะเพราใบเล็กและมีดอกติดมาด้วยเท่านั้น เพราะจะให้กลิ่นหอมมากกว่ากระเพราใบใหญ่…แต่ถ้าจะให้ดีเลือกเป็นใบกะเพราแดงได้จะดีมาก (แต่สมัยนี้หาไม่ค่อยได้แล้ว) เพราะหอมเยอะกว่ากระเพราขาว (ก็คือใบเขียวๆ อย่างที่เห็นทั่วไปตามท้องตลาดนั่นละ)

· ควรเลือกใช้เป็นพริกขี้หนูสวนเพราะหอมกว่า หรืออาจจะใส่พริกขี้หนูสวนลงไปก่อน และตามด้วยพริกขี้หนูแดง ( ที่ใช้ตำส้มตำ ) ก็ได้ ก็จะผัดได้หอมฉุยเช่นกัน

· ควรเลือกใช้เป็นกระเทียมไทยกลีบเล็ก เพราะมีกลิ่นหอมมากกว่ากระเทียมกลีบใหญ่

· ซอสปรุงรส...ต่างยี่ห้อกันรสชาติก็ต่างกันแล้ว ...ดังนั้นควรเลือกที่คุณภาพค่อนข้างดี

Credit: bloggang.com/mainblog.php?id=samanthasmommy&month=03-10-2015&group=7&gblog=100
read more

Thursday, March 3, 2016

ปีกไก่ทอดน้ำปลาสูตรเด็ด เมนูอาหารทำง่ายๆ


"ปีกไก่ทอดน้ำปลา" เมนูไก่ทอดที่ทำทานเมื่อไรก็แสนอร่อย อีกเมนูอาหารทำง่ายๆ จะทานคู่กับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวก็ได้ หรือจะทานเป็นเมนูอาหารว่างทานเล่น หรือกินแกล้มกับเบียร์ก็อร่อยเพลินเลย
เชียว สำหรับปีกไก่ทอดน้ำปลาสูตรเด็ดที่นำมาฝากนี้ มีส่วนผสมน้อยมากและวิธีทำก็แสนง่าย แต่ที่สำคัญยังไงรสชาติต้องอร่อยเด็ดแน่นอน วันไหนนึกเมนูอาหารไม่ออกก็เข้าครัวทำปีกไก่ทอดน้ำปลาก็ได้ครับ อิ่มอร่อยทั้งครอบครัวในราคาสบายกระเป๋า ที่มีสูตรและขั้นตอนตามนี้เลย

ส่วนผสม
  1. ปีกไก่ 10-12 ชิ้น
  2. น้ำปลา (ใช้หอยเป๋าฮื้อค่ะ) 2 ช้อนโต๊ะ
  3. แป้งทอดกรอบ (ใช้ยี่ห้อโกกิ หรืออังเคิ้ลบานส์) 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำมันพืชสำหรับทอด (เยอะหน่อยนะครับ) 
วิธีทำ
  1. นำปีกไก่มาล้างทำความสะอาด เสร็จแล้วใช้มีดบั้งไก่ทั้งสองด้าน ด้านละ 2 บั้ง
  2. นำปีกไก่ไปหมักด้วยน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากันจนทั่วชิ้นไก่ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที (ถ้ามีเวลาก็หมักไว้สัก 3 ชั่วโมงก็ได้)
  3. หมักไก่ครบ 30 นาทีแล้ว ให้โรยแป้งทอดกรอบลงบนปีกไก่ จากนั้นก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป ใช้ไฟปานกลาง รอจนกระทั่งน้ำมันร้อน จากนั้นเอาปีกไก่ที่คลุกแป้งทอดกรอบไว้ ลงไปทอด ให้สุกเหลืองกรอบ
  5. เสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ ให้สะเด็ดน้ำมันค่…จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟจะรับประทานคู่กับข้าวสวย หรือข้าวเหนียวก็ได้ 
แนะนำเพิ่มเติม
  • ความเค็มของน้ำปลาแต่ละยี่ห้อนั้นไม่เท่ากัน และแต่ละคนก็ชอบความเค็มไม่เท่ากันด้วย
  • การหมักไก่ ยิ่งหมักไว้นานก็จะช่วยทำให้เส่วนผสมซึมเข้าสู่เนื้อไก่ได้มากขึ้น ทำให้ไก่มีรสชาตติอร่อยยิ่งขึ้น …ควรหมักแช่ไว้ในตู้เย็น (ช่องแช่เย็นธรรมดา) อย่างน้อยสัก 30 นาที หรือหลายชั่วโมงได้ยิ่งดี … หรืออาจใช้ซ้อมจิ้มๆที่ผิวไก่ด้วยก็ได้ ก็จะช่วยทำให้ส่วนผสมซึมเข้าเนื้อไก่ได้ดียิ่งขึ้น
read more

มะม่วงน้ำปลาหวานสูตรแซ่บ เมนูทำง่ายๆ ด้วยไมโครเวฟ

"มะม่วงน้ำปลาหวาน" แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกน้ำลายสอขึ้นมาทันที อีกเมนูอาหารว่างรสแซ่บอร่อยถูกปากถูกใจสไตล์อาหารไทย รับประทานได้เรื่อยๆไม่รู้เบื่อ แต่เมื่อนึกหิวมะม่วงน้ำปลาหวานขึ้นมา ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะไปซื้อมารับประทานเพราะคิดว่าสะดวกไม่ต้องเสียเวลาทำ แต่จริงๆแล้วขอบอกว่ามะม่วงน้ำปลาหวานนั้นทำง่ายกว่าที่คิดและใช้เวลาแปบเดียว ที่สำคัญต้องอร่อยแซ่บถูกใจ วันนี้ zabwer.com จึงขอนำเสนอวิธีทำมะม่วงน้ำปลาหวานสูตรแซ่บด้วยไมโครเวฟ ที่ใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็ได้มะม่วงน้ำปลาหวานมารับประทานแล้ว และอร่อยแซ่บเวอร์แน่นอน แถมกินได้อิ่มสะใจในราคาประหยัดอีกด้วย ที่มีส่วนผสมและวิธีทำง่ายๆตามนี้เลย

ส่วนผสม
1. กุ้งแห้งเนื้อตำ (แต่ไม่ต้องละเอียดพอบุบๆหรือแล้วแต่ชอบ)
2. กะปิดี ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาลปิ๊บประมาณ 1/2 ถ้วยตวง
4. น้ำปลาประมาณ 2 - 3 ช้อนโต๊ะ
5. พริกขี้หนูซอยประมาณ 6 - 10 เม็ด (แล้วแต่ชอบ)
6. หัวหอมซอย ประมาณ 4 - 6 หัว

วิธีทำ
1. นำน้ำตาลปี๊บกับน้ำปลาผสมให้เข้ากัน
2. ใส่กะปิลงไปด้วย แล้วนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที


3.จากนั้นนำออกมาคน แล้วใส่กุ้งแห้ง ตามด้วยพริกขี้หนูที่ซอยไว้แล้ว
4. นำเข้าไมโครเวฟอีกประมาณ 1 นาที
5. เมื่อครบเวลา ใส่หัวหอมซอย แล้วนำเข้าไมโครเวฟอีก 30 วินาที
6. นำออกมาคนให้เข้ากัน ลองชิมรสดู ปรุงรสเพิ่มตามชอบ อาจเติมน้ำตาล หรือน้ำปลา ตามแต่ที่ชอบได้เลย
7. เสิร์ฟพร้อมมะม่วงฝานบางๆ ก็พร้อมรับประทานได้แล้ว


แนะนำเพิ่มเติม
• กุ้งแห้งควรโขลกในครกจนเนื้อฟู หรือถ้าจะใส่เครื่องปั่นก็ได้เเต่เนื้อจะไม่ค่อยฟู
• นำปลาควรใส่แต่น้อย เพราะสามารถปรุงเพิ่มรสชาติได้ แต่ถ้าใส่มากไป เวลาปรับแก้รสชาติมันจะทำยากครับ
• สามารถใช้ได้ทั้งไมโครเวฟ หรือเตาอบไฟฟ้า หรือกระทะไฟฟ้า หรือเตาแก็ส หรือเตาถ่านก็ได้ แต่ที่ให้เข้าไมโครเวฟคือเป็นไอเดียวิธีทำน้ำพริกปลาหวานอร่อยแบบง่ายๆ และรวดเร็วทันใจครับ
• ถ้าต้องการเก็บไว้ได้นานๆ…ก็ให้ทำตัวน้ำปลาหวานใส่ภาชนะปิดฝาให้มิดชิดแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้…เมื่อเวลาจะรับประทานค่อยซอยหอมแดงและพริกขี้หนูใส่ลงไป…ก็จะได้ความหอมของหอมแดงกับพริกมากกว่าตอนใส่ร้อนๆด้วย

เป็นอีกวิธีทำน้ำพริกปลาหวานแบบง่ายๆ แต่อร่อยแซ่บสุดๆเลยละครับ เข้าไมโครเวฟไม่ถึงนาที ปรุงเพิ่มรสชาติอีกหน่อยก็พร้อมรับประทานได้ทุกเมื่อ ง่ายๆแบบนี้ก็ลองนำไปทำดูนะครับ

Credit: pun-prai.exteen.com
read more

Friday, February 5, 2016

พล่ากุ้ง สูตรอร่อยแซ่บเวอร์

พล่ากุ้ง” สูตรอาหารไทย เมนูอาหารภาคอีสานรสแซ่บๆสไตล์อาหารประเภทยำ อีกหนึ่งเมนูสมุนไพรของคนรักสุขภาพ ที่กุ้งลวกแค่พอสุกตัวอวบเนื้อหวานๆ คลุกเคล้าด้วยน้ำยำ และเครื่องผักสมุนไพรอีก 5-6 ชนิด รสชาติอร่อยเข้มข้น เผ็ดร้อนจัดจ้าน จะรับประทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือรับประทานเป็นเมนูอาหารว่าง เป็นกับแกล้มก็อร่อยแซ่บสุดๆ


ส่วนผสม
1. กุ้งสด ลอกเปลือก เด็ดหัว แกะหลังเอาเส้นดำออก 10-12 ตัว
2. ตะไคร้ซอย 2 ต้น
3. หอมแดงซอย 2-3 หัว
4. ใบมะกรูดซอย 3-4 ใบ
5. ต้นหอมซอย 1 ต้น
6. ใบสะระแหน่ เด็ดเอาเฉพาะใบ 1 หยิบมือ
7. ใบสะระแหน่เด็ดเอาเฉพาะใบ ไว้สำหรับโรยหน้า

ส่วนผสมน้ำยำพล่ากุ้ง
1. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำตาลทราย 1ช้อนโต๊ะ
3. น้ำปลา 2 ½ ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
5. พริกขี้หนูซอยละเอียด 3-8 เม็ด (เผ็ดมากหรือน้อย…ตามความชอบ)

วิธีทำ

  1. นำกุ้งไปล้างให้สะอาด แกะเปลือก เด็ดหัว เก็บหางไว้ ผ่าหลังแล้วดึงเส้นดำออก พักไว้
  2. ตั้งน้ำให้ร้อนเดือดๆ แล้วใส่กุ้งลงไปลวกแป๊บเดียว เอาแบบพอกึ่งสุกกึ่งดิบ (ระวังอย่าลวกนาน ใส่ลงไปถ้าน้ำเดือดจัดๆอยู่แค่หนึ่งนาทีก็น่าจะเพียงพอ) พอกุ้งแดงก็รีบตักขึ้น ใส่แช่ในน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดสักพัก แล้วสะเด็ดน้ำตักขึ้นพักไว้…(เนื้อกุ้งจะได้เด้งกรอบน่าทาน หากต้มจนสุกเนื้อจะแห้งกระด้างไม่อร่อยครับ)
  3. ผสมน้ำยำพล่ากุ้ง เอาน้ำพริกเผา น้ำตาลทราย น้ำปลาและน้ำมะนาว ลงในชามผสมแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่พริกขี้หนูลงไป คนให้เข้ากันอีกที
  4. นำน้ำยำเทลงในชามกุ้งที่ลวกไว้ จากนั้นตามด้วยตะไคร้ซอย หอมแดง ต้นหอมซอย ใบมะกรูดซอย และใบสะระแหน่ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสและปรุงเพิ่มได้ (ถ้าใครชอบรสชาติแบบไหนจะปรุงเพิ่มหรือลดก็ได้ตามความชอบ สำหรับส่วนผสมและวิธีทำที่ให้ไว้ของจานนี้ ให้ถือเป็นแนวทางครับ) 
  5. ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่พร้อมเสิร์ฟ

วิธีลวกกุ้งให้เด้งกรอบและหวาน สำหรับทำพล่าหรือเมนูยำ
  1. เริ่มจากเลือกซื้อกุ้งสดๆ (หากกุ้งไม่สดก็จบเลย) แล้วนำไปแช่น้ำแข็ง+น้ำให้เย็นเจี๊ยบ 
  2. จากนั้นแกะเปลือกเอาหัวออก ผ่าหลังแล้วดึงเส้นดำออกทิ้ง 
  3. แล้วใส่เกลือสมุทร (เม็ดใหญ่) ลงไปเคล้าให้เข้ากัน ตามด้วยแป้งมัน เคล้าเบาๆ อีกครั้ง (แช่เย็น 30 นาที) 
  4. จากนั้นนำกุ้งไปล้างให้สะอาดด้วยน้ำเย็นจัด (ล้าง 2-3 รอบให้หมดเค็ม) 
  5. แล้วนำไปลวกในน้ำเดือด 1-2 นาที (หรือกระทั่งสุก) แล้วแช่กุ้งในน้ำเย็นจัดสักพัก แล้วตักขึ้นทำให้สะเด็ดน้ำ 
  6. จากนั้นจึงนำมาใส่คลุกเคล้าลงในเครื่องยำทีหลัง จะทำให้กุ้งไม่เสียรสชาติ (กุ้งจะแดงใสเด้งน่ารับประทาน และคงความหวานอยู่)
(Credit: easycookingmenu.com)
แนะนำเพิ่มเติม
  • พล่ากุ้งมีหลายสูตร จะใช้กุ้งสด กุ้งลวก หรือกุ้งเผา/ย่าง ก็ได้ ส่วนเครื่องปรุง บางสูตรไม่ใส่น้ำพริกเผา บางสูตรใส่น้ำพริกเผา หรือบางสูตรใส่กะปิเผา
  • ผักที่กินเข้ากันดีกับเมนูพล่ากุ้งนี้ เช่น ผักสลัด ถั่วฝักยาว แตงกวาหั่นแว่น ใบโหระพา กะหล่ำปลี พริกแห้งทอด
read more

Wednesday, December 30, 2015

ข้าวผัดกระเพราหมูสับ 2 สูตรเด็ด


ผัดกระเพรา อีกเมนูอาหารตามสั่งจานเดียว ยอดฮิตที่มักนิยมสั่งรับประทานตามร้านอาหาร เมื่อไม่รู้จะทานอะไร ก็จะสั่งข้าวผัดกระเพราะเอาไว้ก่อน เป็นเมนูอาหารที่รสชาติเผ็ดร้อน หอมใบกระเพรา อร่อยแซ่บถูกปากสไตล์อาหารไทย แถมเป็นเมนูอาหารที่ทำได้ง่าย แต่จะอร่อยหรือไม่อร่อยนั้นก็เอยู่ที่ฝีมือของแต่ละคน วันนี้ zabwer.com จึงขอนำสูตรเด็ดเคล็ดลับวิธีทำข้าวผัดกระเพราหมูสับ 2 สูตรอร่อยมาฝากครับ จะได้ทำข้าวผัดกระเพราหมูสับได้อร่อยน่าทานยิ่งขึ้น หมูนุ่มๆ รสหอมอร่อยแซ่บถูกปากถูกใจ ที่มีสูตรและขั้นตอนตามนี้ครับ

1. ผัดกระเพราะหมูสับ
ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่)
  1. เนื้อหมูส่วนสันใน หรือส่วนสะโพกสับหยาบ 300 กรัม
  2. พริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้า 20-30เม็ด (ชอบเผ็ดน้อยใส่ 20 เม็ด หรือใส่เพิ่มตามชอบเผ็ด)
  3. กระเพราเด็ดใบ 1 ถ้วย
  4. กระเทียมสับ 1-2 ช้อนโต๊ะ
  5. ซีอิ๊วขาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
  8. น้ำเปล่านิดหน่อย
  9. น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. กระทะตั้งด้วยไฟกลางใส่น้ำมันเล็กน้อย พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมสับและพริกขี้หนูสับลงไปผัดให้หอม พอพริกกระเทียมเริ่มหอมฉุน ก็ใส่หมูสับลงผัด ยีให้หมูกระจายไม่ติดเป็นก้อน ผัดจนหมูเกือบสุก ถ้าแห้งไปก็ให้เติมน้ำเล็กน้อย
  2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ
  3. พอหมูในกระทะสุกแล้วก็ใส่ใบกะเพราลงไปผัดเร็วๆคลุกเคล้าให้เข้ากัน…ปิดไฟ ตักใส่จานเสิร์ฟร้อนๆ ยิ่งทอดไข่ดาวรับประทานด้วย แค่นี้ก็อร่อยสุดๆแล้วครับ

สูตรและรูปภาพจากคุณ kanyong1 สมาชิกเว็บบล็อกแกงค์ดอทคอม
2.ผัดกระเพราะหมูสับแบบดั้งเดิม (อร่อย)

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
  1. เนื้อหมูสับหยาบ 200 กรัม
  2. กระเพราเด็ดเป็นใบ 1/2 ถ้วย
  3. พริกขี้หนูสีแดงบด 2 ช้อนโต๊ะ
  4. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
  6. น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  8. น้ำหรือน้ำสต๊อกหมู 1/4 ถ้วย
  9. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  10. พริกน้ำปลา
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะให้ร้อนโดยใช้ไฟแรง ใส่น้ำมันพืชแล้วตามด้วยหมูสับ ผัดยีหมูสับให้แตกออกจากกัน อย่าให้เป็นก้อน แค่เกือบสุกจึงใส่พริกขี้หนูบด ผัดพอให้ทั่ว ตามด้วยกระเทียมเจียว ผัดพอให้ทั่ว 
  2. เติมน้ำมันหอย น้ำตาล น้ำปลา และน้ำซุป ผัดพอสุกทั่ว แล้วใส่ใบกระเพรา ผัดให้ใบกระเพราสุกแล้วปิดไฟ ตักใส่จานหรือตักราดกับข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมเสิร์ฟกับพริกน้ำปลา

เคล็ดลับวิธีทำผัดกระเพราให้อร่อย

  • ควรเลือกใช้เนื้อหมูสันนอก หรือหมูสันนอก+สามชั้น เนื้อหมูจะนุ่มไม่กระด้าง
  • สิ่งสำคัญคือ ความหอมของใบกระเพรา ให้เลือกกะเพราใบเล็กและมีดอกติดมาด้วยเท่านั้น เพราะจะให้กลิ่นหอมมากกว่ากระเพราใบใหญ่…แต่ถ้าจะให้ดีเลือกเป็นใบกะเพราแดงได้จะดีมาก (แต่สมัยนี้หาไม่ค่อยได้แล้ว) เพราะหอมเยอะกว่ากระเพราขาว (ก็คือใบเขียวๆ อย่างที่เห็นทั่วไปตามท้องตลาดนั่นละ)
  • ควรเลือกใช้เป็นพริกขี้หนูสวนเพราะหอมกว่า หรืออาจจะใส่พริกขี้หนูสวนลงไปก่อน และตามด้วยพริกขี้หนูแดง ( ที่ใช้ตำส้มตำ ) ก็ได้ ก็จะผัดได้หอมฉุยเช่นกัน
  • ควรเลือกใช้เป็นกระเทียมไทยกลีบเล็ก เพราะมีกลิ่นหอมมากกว่ากระเทียมกลีบใหญ่
  • ซอสปรุงต่างยี่ห้อกันรสชาติก็ต่างกันแล้ว ดังนั้นควรเลือกที่คุณภาพค่อนข้างดี
read more

Tuesday, December 29, 2015

รวมสูตรเมนูอาหารง่ายๆ ประเภทอาหารซีฟู๊ด Seafood

เมนูอาหารง่ายๆ ที่ทาง zabwer.com นำมาแนะนำวันนี้ เป็นเมนูอาหารซีฟู๊ด (Seafood) หรืออาหารทะเลนั้นเอง ที่สามารถทำทานได้ง่ายๆ ที่บ้านหรือที่ทำงาน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นเมนูกุ้ง หมึก หอย ปู ปลา เราได้คัดสรรมาครบทุกเมนู และที่สำคัญคือเป็นสูตรอาหารที่ทำง่ายๆ แต่อร่อยแซ่บเวอร์แน่นอน ไปดูกันเลย


เมนูอาหารทำง่าย ประเภทอาหารซีฟู๊ด Seafood

1. กุ้งผัดเกลือกระเทียม

cr: jin leng @pantip.com 
สูตรอาหาร : กุ้งผัดเกลือกระเทียม
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
  • กุ้งสด 10 ตัว 
  • กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ 
  • แปงทอดกรอบ  ½ ถ้วย
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา 
  • ต้นหอมซอย 2 ต้น 
  • พริกชี้ฟ้าแดงสับ  3 เม็ด
  • น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ 
วิธีทำ
  1. กุ้งแกะเปลือก เก็บหางไว้ ผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก 
  2. หมักกุ้งด้วยซอสปรุงรสแมกกี้นิดหน่อย พริกไทย น้ำตาล เล็กน้อย  นำมาคลุกแป้งทอด
  3. นำกุ้งที่หมักไว้ทอดในน้ำมันไฟแรงจัด ไม่ต้องทอดนาน กุ้งจะแข็งเหนียว พอสุกแล้วตักขึ้น 
  4. ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ใช้ไฟปานกลาง เจียวกระเทียม ผัดจนสุกเหลือง ใส่กุ้งที่ทอดไว้ลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ ใส่ต้นหอม พริกชี้ฟ้า ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน จัดใส่จานกับข้าวสวยร้อนๆ 

2. ลาบปลาหมึก
สูตรอาหาร : ลาบปลาหมึก
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
  • ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ 2-3 ตัว 
  • ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ 
  • ต้นหอมซอย 3 ต้น
  • หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ 
  • พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 2 ช้อนชา 
  • ข้าวคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ 
  • ใบสะระแหน่ 
วิธีทำ
  1. ล้างปลาหมึก ผ่าครึ่งตัวตามยาว ล้างให้สะอาด บั้งเป็นตาราง หั่นชิ้นพอคำ นำไปลวกกับน้ำเดือด จนสุก ตักใส่ใส่ชามไว้
  2. ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น และข้าวคั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรส ใส่หอมแดง ผักชี ต้นหอม ใบสะระแหน่ เคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน

3. ข้าวผัดปู
สูตรอาหาร :  ข้าวผัดปู
เครื่องปรุงและส่วนผสม (สำหรับ 2 ที)
  • ข้าวสวย 2 ถ้วยตวง
  • เนื้อปูนึ่งแกะเป็นชิ้น 1 ถ้วยตวง
  • หอมใหญ่หั่นแว่น 1/2 ลูก 
  • ต้นหอมซอย 1 ต้น
  • แครอทหั่นเล็กๆ 
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • ซ๊อสปรุงรส 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  • แตงกวาหั่นเป็นชิ้น, มะนาวหั่น , ต้นหอม 3 ต้น  (ทานเป็นผักแกล้ม)
วิธีทำ
  1. ตั้งกระทะไฟแรงปานกลาง ใส่น้ำมันถั่วเหลืองเล็กน้อย และผสมเนยเพื่อให้หอม พอเนยละลาย ใส่กระเทียมลงไปผัดจนเหลืองหอม 
  2. ใส่ไข่ไก่ที่ตีให้เข้ากันในถ้วยไว้แล้วลงไป ใช้ตะหลิวยีไข่ จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน
  3. ใส่หัวหอมใหญ่, เนื้อปู แครอทซอย และต้นหอมซอย ลงไปผัดคลุกเคล้ากัน ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว, ซ๊อสปรุงรสและน้ำตาล ผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน จึงปิดไฟ
  4. ตักใส่จาน เหยาะพริกไทยโรยหน้านิดหน่อย เสริฟทันทีขณะร้อนพร้อมแตงกวา, ต้นหอม, มะนาวและพริกน้ำปลา

4. ยำดอกขจรกุ้งสด
สูตรอาหาร : ยำดอกขจรกุ้งสด
ส่วนผสม
  • กุ้งสด 6-7 ตัว (หรือตามชอบ) นำมาล้าง แกะเปลือก ผ่าหลัง 
  • หมูบด 150 กรัม (จะใส่หรือไม่ต้องใส่ก็ได้) 
  • ดอกขจร 200 กรัม (หรือตามชอบ) ตัดเป็นช่อเล็กๆ ล้างน้ำ 
  • ต้นหอม 1-2 ต้น นำมาล้างและหั่นตามชอบ
  • มะเขือเทศ 2 ลูก (จะใส่หรือไม่ต้องใส่ก็ได้) นำมาล้าง และหั่นตามชอบ
  • หอมแดงซอย 4-5 หัว 
  • พริกขี้หนู 4 เม็ด หั่นซอย เตรียมไว้
เครื่องปรุงรสน้ำยำ ได้แก่
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1.5 ช้อนโต๊ะ (หรือใช้น้ำตาลทรายก็ได้)
วิธีทำยำดอกขจรกุ้งสด
  1. นำกุ้งสด หมูบด ดอกขจร ลวกในน้ำเดือด พอสุก นำแช่น้ำเย็นพอคายร้อน พักให้สะเด็ดน้ำ
  2. ทำน้ำยำ โดยนำ น้ำมะนาว น้ำปลา ซีอิ้วขาว น้ำตาลปี๊บ พริกขี้หนู มาเทใส่รวมกันในภาชนะ ตักชิมรสตามชอบ 
  3. นำกุ้งลวกสุก หมูบดลวก ดอกขจร หอมแดงซอย ต้นหอมหั่น มะเขือเทศหั่น ใส่รวมกันในภาชนะ ราดด้วยน้ำยำ คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง โรยด้วยถั่วลิสงคั่ว ตักใส่จาน พร้อมเสริฟ

5. ชะอมผัดกุ้ง
สูตรอาหาร :  ชะอมผัดกุ้ง
ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 ที่) 
  • ยอดชะอมรูดเอาแต่ยอด 100 กรัม หรือประมาณ 3 ถ้วยน้ำพริก
  • กุ้งสด 200 กรัม 
  • กระเทียม 5 กลีบ 
  • พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด 
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ (ใช้ซอยหอยนางรม 2 ช้อนชา แทนได้  )
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 
  • เต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด  2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ล้างกุ้งสด แกะเปลือก เด็ดหัว ผ่าหลังเอาเส้นดำออก ล้างให้สะอาด พักไว้ ทุบพริกขี้หนูและกระเทียมพอแหลก พักไว้
  2. นำใบชะอมใส่ชาม เติมเต้าเจี้ยว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย คลุกเคล้าเล็กน้อย พักไว้
  3. ตั้งกระทะน้ำมันไฟปานกลางให้ร้อน ใส่พริกขี้หนูกับกระเทียมลงไปผัดให้หอม 
  4. ใส่กุ้ง ผัดต่อพอสุก เร่งไฟแรง ใส่ใบชะอมกับเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ลงไปผัดพร้อมกัน ผัดเร็วๆ ด้วยไฟแรง พอผักได้ที่ ตักใส่จาน ทานกับข้าวสวยร้อนๆ

6. ปลานึ่งซีอิ๊ว
สูตรอาหาร : ปลานึ่งซีอิ๊ว
ส่วนผสม
  • เนื้อปลา 300 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 3 ต้น
  • กระเทียม 3 กลีบ (หั่นเป็นชิ้นบางๆ)
  • ขิงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้าแดงซอย 2 เม็ด
  • น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น ¼ ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ทำน้ำปรุงรส โดยผสมซีอิ๊วขาว น้ำตาล น้ำมันงา และพริกไทย เข้าด้วยกัน พักไว้
  2. จัดเนื้อปลาใส่จานสำหรับนึ่ง ราดด้วยน้ำปรุงรส โรยต้นหอม ขิง กระเทียมหั่น และพริกชี้ฟ้าอย่างละครึ่ง นำไปนึ่งในน้ำเดือดโดยใช้ไฟแรงประมาณ 15 นาทีหรือจนสุก ยกลง
  3. เวลาเสิร์ฟโรยต้นหอม ขิง กระเทียมหั่น และพริกชี้ฟ้าที่เหลือ เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมข้าวต้มหรือข้าวสวย

7. ปลาหมึกผัดฉ่า
สูตรอาหาร : ปลาหมึกผัดฉ่า
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
  • ปลาหมึกสด 300 กรัม หั่นพอดีคำ
  • พริกขี้หนูเขียว แดง อย่างละ 3 เม็ด 
  • พริกชี้ฟ้าเหลืองหั่น 1 เม็ด 
  • กระชายซอย 1/4 ถ้วย 
  • ใบกะเพรา 1/4 ถ้วย 
  • พริกไทยอ่อน 2 ช่อ 
  • ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ 
  • กระเทียม 3 กลีบ 
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
 วิธีทำ
  1. โขลกพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า และกระเทียมเข้าด้วยกันพอแหลก ผัดกับน้ำมันให้หอม ใส่ปลาหมึก ผัดพอสุก
  2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ผัดพอทั่ว ใส่กระชาย ใบกะเพรา และพริกไทยอ่อน ผัดพอทั่ว ตักใส่จาน ทานกับข้าวสวยร้อนๆ 

8. ปลาอินทรีย์ทอดยำมะม่วง
ปลาอินทรีย์ทอดยำมะม่วง เนื้อปลาทอดกรอบ กับยำมะม่วงเข้ากันสุดๆ
สูตรอาหาร : ปลาอินทรีย์ทอดยำมะม่วง
ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่)
  • เนื้อปลาอินทรีย์
  • พริกขี้หนูซอย 6 เม็ด 
  • หอมแดงซอย
  • มะม่วงเปรี้ยวสับ 
  • ถั่วลิสงคั่ว (ถ้ามี)
  • น้ำปลา 
  • น้ำตาลปี๊บ
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำมะนาว 
  • เกลือ 
วิธีทำ
  1. นำเนื้อปลาที่หั่นเป็นชิ้นๆ ผสมน้ำปลา ¼ ถ้วย และน้ำตาลทราย 2 ช้อนชา เข้าด้วยกัน แช่เนื้อปลาไว้ประมาณ 15 นาที
  2. ผึ่งเนื้อปลาบนตะแกรงให้แห้ง แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนจนเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่จานไว้
  3. นำน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บผสมเข้าด้วยกัน ยกตั้งไฟอ่อนๆ คนให้น้ำตาลปิ้บละลายดี ยกลงทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นค่อนๆ เติมน้ำมะนาว พริกซอย หอมซอย มะม่วงสับ และถั่วลิสงคั่ว จะราดไปที่ชิ้นปลา โรยด้วยผักชี เป็นอันเสร็จ

9. ผัดพริกหวานกุ้งพริกไทยดำ
สูตรอาหาร : ผัดพริกหวานกุ้งพริกไทยดำ
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
  • กุ้งกุลาดำ 5-6 ตัว 
  • พริกหวาน 3 สี หั่นชิ้นพอดีคำ อย่างละ 1/4 เม็ด 
  • หอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้น  ½  หัว 
  • ต้นหอมหั่นท่อน 1 ต้น 
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ 
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ 
  • พริกไทยดำป่นหยาบ 2 ช้อนชา 
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำตาลทรายขาว  1/2 ช้อนชา 
วิธีทำ
  1. ล้างกุ้ง แกะเปลือก เก็บหางไว้ ผ่าหลัง ดึงเส้นดำออก
  2. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมพอหอม ใส่กุ้ง ผัดพอสุก ใส่พริกหวาน หัวหอมใหญ่ซอย ต้นหอม ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรมและซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ผัดคลุกเคล้าพอทั่ว ใส่พริกไทยดำ ผัดให้เข้ากัน
  3. ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

10. ยำหอยแครง
สูตรอาหาร : ยำหอยแครง
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
  • หอยแครง
  • ตะไคร้ซอยบาง 2 ช้อนโต๊ะ 
  • หอมแดงซอย 3 หัว 
  • ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ 
  • ใบสะระแหน่
  • ต้นหอมซอย 
  • ส่วนผสมน้ำยำ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำปลา 1.5 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 
  • พริกขี้หนูซอย 6 เม็ด 
วิธีทำ
  1. แช่หอยแครงในน้ำเกลือเพื่อให้หอยคายดินก่อน แล้วล้างน้ำให้สะอาด
  2. นำหอยแคลงไปลวกในน้ำเดือดจัดประมาณ 7-10 นาที เนื้อหอยจะสุกพอดี หรือสังเกตว่าไม่มีฟองอากาศออกจากตัวหอย
  3. เตรียมน้ำยำโดยผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล และพริกขี้หนูเข้าด้วยกัน ชิมรส ตามชอบ
  4. ผสมเนื้อหอยแครง ใบมะกรูด ตะไคร้ ต้นหอม และหอมแดง คลุกกับน้ำยำให้เข้ากัน ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ (ถ้ามีมะม่วงสับจะยิ่งดีเพิ่มดีกรีความแซ่บ) 
ครบแล้วกับ 10 เมนูอาหารทำง่ายๆ ประเภทอาหารซีฟู๊ด Seafood ไว้เดี่ยวทาง zabwer.com จะมาแนะนำ เมนูอาหารซีฟู๊ดชุดที่ 2 ในครั้งหน้า โดยจะเน้นหมวดต้มยำ รับรองอร่อยแซ่บเวอร์เช่นเดิม

read more

Sunday, December 27, 2015

อาหารตามสั่ง สูตรข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย


หมูทอดกระเทียมพริกไทยราดข้าว หรือ ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย เป็นเมนูอาหารตามสั่งจานเดียว อีกเมนูอหารที่นิยมสั่งทานกันมาก เพราะอร่อยและได้เร็ว ด้วยน้ำขลุกขลิกเนื้อหมูนุ่มๆไม่แข็ง หอมกระเทียมพริกไทย รสชาติเค็มหวานกลมกล่อม และเป็นเมนูอาหารทำง่ายๆ ที่สามารถทำทานเองได้สบายๆในครอบครัว วันนี้ zabwer.com มีเมนู ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย มาฝาก ที่สำคัญนั้นอร่อย ทำง่ายมากๆ แถมใช้เวลาแปบเดียว!!



หมูทอดกระเทียมพริกไทยราดข้าว

เครื่องปรุง (สำหรับ 1-2 ที่)
  1. เนื้อหมูส่วนสะโพกหั่นชิ้นพอคำ 150 กรัม 
  2. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ 
  3. ซือิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ 
  4. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา 
  5. น้ำมันพืชหรือน้ำมันงา (สำหรับใส่ลงไปคลุกกับหมู) 1 ช้อนชา 
  6. กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ 
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 
  8. น้ำปลา 
  9. ซีอิ๊วดำชนิดหวาน นิดหน่อยเพิ่มสีสัน 
  10. แตงกวาหั่นแว่น 
วิธีทำ
  1. หมักเนื้อหมูกับ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว พริกไทยป่น และน้ำมันงา (หรือน้ำมันพืช) ใส่ถ้วยผสมรวมกันนวดอย่างเบามือให้เข้ากัน พักไว้ 30 นาที 
  2. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืช 1-2 ช้อนโต๊ะ พอร้อนใส่เนื้อหมูที่หมัก ผัดให้สุกทั่ว เขี่ยไว้ข้างกระทะ…แล้วใส่กระเทียมสับลงไปผัดเมื่อหอมดีแล้ว เกลี่ยหมูกับกระเทียมผัดให้เข้ากันกัน…ถ้าชอบแบบขลุกขลิกก็เติมน้ำเปล่าไปนิด 1-2 ช้อนโต๊ะ…ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและน้ำปลา ใส่ซีอิ้วดำเล็กน้อยเพื่อสีสันที่สวยงาม ชิมรสให้เค็มและหวาน คลุกเคล้าให้เข้ากัน…ปิดไฟ 
  3. ตักราดข้าวสวย โรยกระเทียมเจียวที่แบ่งไว้ เสิร์ฟกับแตงกวา 
เคล็ดลับ
  • เนื้อหมูใช้ส่วนไหนก็ได้ครับ เช่น ถ้าไม่ชอบไขมันก็ใช้เนื้อส่วนสะโพก เนื้อสันใน ก็ได้ แต่ถ้าชอบติดมันหน่อยก็ใช้หมูสันคอ หั่นหมูตามขวางเป็นชิ้นพอคำไม่หนาและบางเกินไป 
  • การหมักหมูกับเครื่องปรุงรสและพริกไทย ทำให้หมูทอดมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น ถ้าแช่ตู้เย็นหมักข้ามวันก็ได้ยิ่งดี หรือถ้าเร่งด่วนก็หมักหมูกับเครื่องปรุง ค่อยๆนวดอย่างเบามือให้เข้ากันสักครู่ก็นำลงทอดเลยก็ได้ครับ 
  • น้ำมันพืชหรือน้ำมันงาที่ใส่ลงไปตอนหมักหมูเพื่อช่วยทำให้หมูนิ่ม
read more