Featured Posts

  • วิธีทำอาหาร

    สูตรอาหารพร้อมวิธีการทำอาหารแบบละเอียด Step-by-step ทำให้คุณสามารถทำอาหารได้อร่อยตรงตามสูตรและสามารถประยุกต์ให้อร่อยยิ่งขึ้นตามสไตล์ของคุณเอง...

  • อาหารนานาชาติ

    ไม่เฉพาะอาหารไทย ยังมีเมนูอาหารนานาชาติ ทั้งยุโรป เอเซีย และอาเซียน สูตรอาหารมากมายหลากหลาย สำหรับมื้อพิเศษของคุณ...

  • ต้ม ผัด แกง ทอด

    สูตรอาหาร เมนูอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด เมนูอาหารที่หลากหลาย อร่อยแบบแซ่บเวอร์ รอคุณอยู่...

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

ปลาช่อนเผาเกลือเนื้อหอมหวานอร่อย พร้อมสูตรน้ำจิ้มปลาเผารสเด็ด


“ปลาช่อนเผาเกลือ” (Salt-Crusted Grilled Fish) เป็นอีกเมนูปลาที่ใช้เครื่องปรุงน้อยไม่ต้องหมักหรือปรุงแต่งอะไรมาก เพราะเนื้อปลาช่อนมีความหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว แค่มีปลาช่อนตัวโตมาพอกเกลือให้ทั่ว ดับกลิ่นคาวปลาด้วยตะไคร้หรือผักสมุนไพรอื่นๆ แล้วนำไปย่างด้วยไฟกลางๆ จนกระทั่งสุก พร้อมเสิร์ฟร้อนๆกับน้ำจิ้มรสเด็ดแซ่บๆ ทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มแจ่ว น้ำพริกหนุ่มก็ได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้ผักมาทานเคียงด้วยแล้วยิ่งอร่อยข้ากันดีนัก ส่วนน้ำจิ้มปลาเผาก็ทำง่ายๆครับ…วัตถุดิบก็พื้นๆมีในครัวตู้เย็นทั้งนั้น

เมื่อพูดถึง “ปลาเผาเกลือ” นอกจากจะใช้ปลาช่อนได้แล้ว เรายังสามารถใช้ปลาทับทิม ปลานิล หรือแม้แต่ปลากระพงขาว ปลาหมอ ปลาสำลีก็ได้ครับ แล้วแต่ใครจะหาปลาชนิดไหนมาทำได้ ที่นิยมกันก็เป็นปลาช่อน ปลาทับทิม ปลานิลครับเพราะหาซื้อง่ายกว่าปลาชนิดอื่น ส่วนรสชาติเนื้อปลาต่างๆมีความหวานตามธรรมชาติ มีเสน่ห์แตกต่างกัน อันนี้แล้วแต่ความชอบ ส่วนผมชอบทานปลาช่อนกับปลาทับทิมเผาเกลือครับ…สำหรับสูตรวิธีทำ”ปลาช่อนเผาเกลือ เนื้อปลาหอมหวานอร่อย”ก็ตามนี้เลยครับ

ปลาช่อนเผาเกลือ

เครื่องปรุง
  • ปลาช่อนสดตัวอ้วนๆพอประมาณ (ขนาด 8-10 ขีดกำลังดี) 1 ตัว
  • เกลือป่นแบบธรรมดา (สำหรับพอกตัวปลา) 4 ห่อ
  • แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้หอมๆต้นอวบๆ 2 ต้น
  • (หรือจะใส่สมุนไพรอื่นๆ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดฉีก ลงไปด้วยก็ได้ เพื่อดับกลิ่นคาวปลา ก็ตามสบายครับ)
เครื่องเคียงที่กินคู่กับปลาเผา
  • มะเขือยาว (เลือกลูกอ่อนๆ) แล้วก็นำมาเผาไฟให้สุก ลอกเปลือกออกตอนร้อน ๆ ใช้กรรไกรตัดเป็นท่อน ๆ เสิร์ฟคู่กับปลา
  • ประกอบด้วย เส้นขนมจีนเส้นสด, ทั้งผักสดหรือผักต้มต่างๆ เช่น มะเขือยาว, ผักกาดหอม, ผักกาดขาว และใบชะพลู ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง ผักขึ้นฉ่าย ส่วนผักแกล้ม ก็มีใบสะระแหน่, โหระพา และแครอท เป็นต้น
วิธีทำปลาช่อนเผาเกลือ
  1. นำปลาช่อนมาล้างทำความสะอาด ผ่าท้องควักไส้ แต่ไม่ต้องขอดเกล็ด (ปกติถ้าซื้อปลาตามตลาดทั่วไป เค้าจะทำมาให้ด้วย เพียงเราบอกแม่ค้าว่าจะเอาไปทำอาหารอะไร…เขาก็จะทำปลาที่เราซื้อให้ตามที่เราต้องการแล้วครับ) 
  2. นำปลาไปล้างให้สะอาด ทั้งในปาก ในเหงือก โดยเปิดก็อกน้ำแรงๆ ใส่เข้าไป อ้าปากปลา เหงือกปลา เพราะจะมีขี้โคลนอยู่ด้านใน ส่วนท้องก็ล้างให้สะอาด ถ้ามีเมือก ลื่นๆ เยอะๆ ให้เอาเกลือถูสัก1-2 รอบ ก็ได้ครับ (เพื่อกำจัดเมือกและกลิ่นเหม็นคาวปลาให้หมด) แล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง พักพอสะเด็ดน้ำ 
  3. นำตะไคร้มาล้าง ตัดโคนให้แหลมนิดหน่อย แล้วทุบพอแตก ยัดเข้าไปในปากปลาช่อนดันเข้าไปลึกๆจนสุดตัวปลา เพื่อดับกลิ่นคาว 
  4. ให้นำเกลือป่นกับแป้งสาลีมาผสมให้เข้ากัน (เพื่อให้เกลือเกาะติดตัวปลาง่ายขึ้น) 
  5. นำเกลือที่เตรียมไว้มาเทใส่กระบะหรือถาด แล้วเอาเกลือพอกย้อนเกล็ดปลาจากหางไปทางหัวปลา พยายามกดให้แน่น ๆ ให้เกลือแทรกเข้าไปในเกล็ดปลานะครับ (เคล็ดลับคือ ปลาต้องเปียกก่อนโรยเกลือ ไม่งั้นเกลือจะไม่เกาะ) แล้วพอกเกลือให้หนาและมิดตัวปลา (เกลือจะช่วยให้โปรตีนในเนื้อปลาอุ้มน้ำไว้ ไม่ให้ไหลออกมา ทำให้เนื้อปลานุ่มหวานอร่อย) แล้วทิ้งไว้ 20 นาที ก่อนจะนำไปย่าง 
  6. ตั้งเตาใส่ถ่านจุดไฟให้พร้อม พอถ่านเเดงจนเกือบทั่วทั้งหมด ให้เกลี่ยถ่านให้ทั่ว นำตะแกรงย่างวางบนเตา จากนั้นก็นำปลาขึ้นไปย่าง…ควรใช้ไฟกลางก็พอครับ (ไฟถ่านอย่าแรงมาก เพราะปลาจะไหม้นอกแต่ไม่สุกใน…ไฟอ่อนเกินไปเนื้อปลาก็ไม่สุกสักที) 
  7. แล้วก็เผาปลา…ประมาณ 30-60 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดตัวปลา และความแรงของไฟ) พอเห็นเกลือและหนังปลาเริ่มสุก ไหม้หน่อย…ก็แสดงว่าสุกแล้ว ยกออกจากเตาได้เลยครับ 
    • เทคนิควิธีเผาปลาง่ายๆครับ เผาไปได้สักพัก…แต่ยังไม่ถึงกับสุกจึงค่อยกลับด้าน คือเอาแค่ด้านที่ถูกความร้อน ให้เกลือเป็นสีขาวเข้มพอ แล้วค่อยกลับด้าน เพราะถ้าจะรอให้สุกด้านนึงแล้วค่อยกลับด้าน อาจจะทำให้ปลาไหม้ได้ แต่ถ้ารีบกลับด้านโดยที่เกลือยังสีใสๆอยู่ จะทำให้เกลือหลุด ไม่เกาะเกล็ดปลาครับ 
    • แล้วหมั่นคอยพลิกปลาด้วยนะครับ อย่าให้ปลาไหม้ จะดำและไม่น่าทาน สังเกตุง่ายๆเวลาปลาสุกแล้วจะมีกลิ่นมาก่อนเลยครับ สักพักจะมีน้ำใสๆไหลออกมาจากตัวปลา ท้องปลา แต่ที่สุกยากที่สุดคือส่วนหัวครับ ถ้าหัวสุกต้องมีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากปากครับ แต่อย่าพึ่งเอาขึ้นนะครับ ให้มันไหลจนเกือบแห้งเลยจึงจะนำขึ้นจากเตา...
    8.  ลอกเกลือและหนังปลาออก ตักเนื้อปลา นุ่ม ๆ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือน้ำจิ้มแจ่ว หรือน้ำพริกหนุ่ม ทานพร้อมผักพื้นบ้านอื่นๆ


วิธีสังเกตุดูว่าปลาเผาสุกแล้วหรือยัง

ให้เราลองเอาไม้แหลมๆ…เช่น ไม้ลูกชิ้นแทงเข้าไปในเนื้อปลาดูนะครับ
  • ถ้าทิ่มไปแล้ว ปรากฎว่าน้ำแดงๆ ในตัวปลาไหลออกมา แสดงว่าปลายังไม่สุกครับ ต้องย่างต่ออีกนิดนึง (อาจจะสัก 5 นาที) 
  • แต่ถ้าทิ่มไปแล้วรู้สึกว่าเนื้อปลานิ่ม ๆ แต่ไม่มีน้ำในตัวปลาไหลออกมา แสดงว่า "ปลาสุกกำลังดี" ครับ 
  • แต่ถ้าทิ่มไปแล้ว มันให้ความรู้สึกประมาณว่าทิ่มได้พรวดรวดเดียวถึงกระดูกกลางของตัวปลา และไม่มีน้ำอะไรไหลออกมาเลย แสดงว่า "ปลาสุกเกินไป (แห้ง)" แล้วล่ะ .. อันนี้ต้องรีบเอาลงครับ
เกร็ดน่ารู้ : ระหว่างปลาย่าง /กับปลาเผา…คุณว่าเหมือนกันไหม

หลายคนอาจจะเข้าใจว่า”ปลาย่าง” กับ “ปลาเผา” นั้นเป็นเมนูเดียวกัน แต่จริงๆแล้ว…มันเป็นคนละเมนูอาหารกันนะครับ ปลาย่างต่างจากปลาเผาครับ
  • ปลาย่างเป็นการทำปลาให้สุกโดยการวางเหนือเตาไฟที่ใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง หรืออาจจะมีภาชนะรองรับด้วยก็ได้ เช่น ปลาช่อนห่อฟอยย่าง (วางเหนือเตาไฟ) 
  • ส่วนปลาเผาเป็นการทำปลาให้สุกโดยวางไว้เหนือเตาไฟแต่ใช้ไฟแรงกว่าย่างครับ เปลวไฟอาจถึงเนื้อปลา เพราะฉะนั้นการเผาจึงต้องมีกรรมวิธีที่ทำให้อาหารยังคงคุณค่าและรสชาติเช่น การเผาปลาจะใช้เกลือทาให้ทั่วตัวปลาและมากพอ เกลือจะช่วยให้โปรตีนในเนื้อปลาอุ้มน้ำไว้ ไม่ให้ไหลออกจากตัวปลา เนื้อปลาที่เผาจะยังคงรสชาติดี แต่หากใช้ปลาเผาทั้งตัวเผา หนังและเนื้อปลาอาจไหม้ได้ น้ำจากปลาจะหยดลงจึงทำให้ปลาเผานั้นรสชาติไม่น่ารับประทาน
(ข้อมูลจาก: http://www.isangate.com/local/food_03.html)
**ทีนี้ก็คงจะทราบกันแล้วนะครับ…ว่าทำไมปลาเผาถึงต้องทาเกลือให้ทั่วตัวปลาก่อนนำไปเผา (^_^)

สูตรน้ำจิ้มปลาเผาแซ่บๆ แบบง่ายๆ

“ปลาช่อนเผา” จะเด็ด /ไม่เด็ด หัวใจสำคัญของอาหารชนิดนี้ เรียกว่า อยู่ที่ “น้ำจิ้มรสเด็ด” จะมีทั้งน้ำจิ้มเผ็ด หรือน้ำจิ้มซีฟู้ด รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม จัดจ้านแซ่บสะใจ หรือจะน้ำจิ้มแจ่วที่มีรสกลมกล่อม หวานอมเปรี้ยว สำหรับวิธีทำน้ำจิ้มปลาเผาสูตรเด็ด ทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำพริกหนุ่ม เราก็ได้นำสูตรเด็ดเคล็ดลับมาไว้ที่นี่แล้ว
สูตรน้ำจิ้มก็ตามนี้เลยครับ: น้ำจิ้มปลาเผาเกลือสูตรเด็ด รสแซ่บ แบบง่ายๆ
สำหรับเมนู ปลาช่อนเผาเกลือพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ก็จบลงเพียงเท่านี้ เผื่อว่าท่านใดอยากทานปลาเผา ก็ขอเรียนเชิญตามสบายนะครับ (^_^)
read more

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558

แกงส้มชะอมไข่ใส่กุ้ง พร้อมเทคนิคเจียวไข่ชะอมให้อร่อย

เมนูอาหารไทย แกงส้ม ไม่ว่าจะเป็นแกงส้มชะอมไข่ใส่กุ้ง แกงส้มมะละกอปลา แกงส้มผักรวม แกงส้มแป๊ะซะ ถือว่าเป็นอีกเมนูที่ได้รับความนิยม เป็นอาหารจานโปรดของหลายๆ คน เมนูอาหารแกงส้มขั้นตอนการทำนั้นไม่ยุ่งยากอะไร แต่การทำให้อร่อยนั้น ต้องฝึกทำ ลองชิมลองปรุงรสด้วยตนเอง เนื่องจากแต่ละคนก็ชอบรสชาติที่ต่างกันออกไป แกงส้มถือเป็นเมนูที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ วันนี้เรามีสูตรแกงส้มชะอมไข่ใส่กุ้ง ที่รับรองว่าอร่อยเด็ดแน่นอนมาฝากทุกท่าน


 ส่วนผสม น้ำพริกแกงส้ม
  • พริกแห้ง 12-15 เม็ด (20 กรัม)
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • หอมแดง 5 หัวเล็ก
  • กระเทียมกลีบ 6 กลีบ
  • กระชาย 3 ราก
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • เนื้อปลาต้มสุก 1 ถ้วย  (150 กรัม)
วิธีทำ น้ำพริกแกงส้ม
  1. เด็ดขั้วพริกออก หั่นซอยพริก หอมแดง กระเทียม กระชายให้เป็นชิ้นหยาบๆ เตรียมไว้
  2. หากใช้ปลาสดให้นำปลาไปลวกในน้ำร้อนให้สุก จากนั้นแกะเอาแต่เนื้อ เอาก้างออกให้หมด แต่หากใช้ทูน่ากระป๋องสามารถนำไปใช้ในขั้นถัดไปได้เลย
  3. โขลกพริก หอมแดง กระเทียม กระชายซอยหยาบ กับเกลือป่น ตำให้ละเอียด จากนั้นใส่กะปิ เนื้อปลาสุก โขลกให้เข้ากันดี เป็นอันเรียบร้อย ได้พริกแกงส้มเตรียมไว้ใช้ในขั้นถัดไป

เครื่องปรุงและส่วนผสม แกงส้มชะอมไข่ใส่กุ้ง
  • กุ้งสดขนาดกลาง 8-10 ตัว หรือประมาณ 200 กรัม (ทำความสะอาด, ปอกเปลือกให้เรียบร้อย)
  • ชะอม 1 กำมือหรือประมาณ 1 ขีด (เอาเฉพาะใบใช้ทำไข่เจียวชะอม)
  • ผักกาดขาวหรือผักชนิดอื่นก็ได้แล้วแต่ชอบ (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง (ใช้สำหรับทำไข่เจียวชะอม)
  • พริกแกงส้ม 1 ถ้วยหรือประมาณ 1-2 ทัพพี
  • น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำมะนาว 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

ขั้นตอนและวิธีทำ
  1. ล้างกุ้งให้สะอาด แกะหัวกุ้งและเปลือกออก ผ่าหลังชักเส้นดำออก เตรียมไว้
  2. ต้มน้ำในหม้อ รอจนกระทั่งเดือด จากนั้นใส่น้ำพริกแกงส้ม ใช้ทัพพีคนพริกแกงส้มให้ทั่ว รอจนเดือดแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขาม เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ (ใช้น้ำตาลทรายแทนก็ได้ แต่ใช้น้ำตาลปี๊บจะได้รสชาติแกงส้มที่กลมกล่อมกว่า) คนน้ำแกงให้เข้ากัน ชิมรสให้มีรสเปรี้ยวนำ เค็ม หวาน 
  3. จากนั้นหั่นหรือฉีกผักกาดขาวเป็นชิ้นๆ ใส่ลงไปในน้ำแกง (อาจจะใส่ผักชนิดอื่นก็ได้ ตามแต่ใจชอบ หรือไม่ใส่ผักก็ได้หากชอบทานเฉพาะไข่ชะอมอยู่แล้ว ข้ามไปขั้นตอนถัดไปได้เลย)  
  4. เติมกุ้งสดลงไปในขณะน้ำแกงเดือด พอกุ้งใกล้สุกให้ใส่ไข่เจียวชะอมทอดที่หั่นเตรียมไว้ (วิธีทำไข่เจียวชะอม ดูหัวข้อด้านล่าง) รอจนกุ้งสุก จึงปิดไฟ เติมน้ำมะนาวเพิ่มหากชอบรสเปรี้ยว เมื่อปรุงรสได้ตามที่ต้องการแล้วจึงตักใส่ถ้วย และเสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ (สูตรนี้ สำหรับรับประทาน 2-3 ท่าน)
ภาพ: (คุณวาระหนึ่ง ซึ่งไม่นาน pantip.com)

วิธีทำไข่เจียวชะอม เพิ่มรสชาติแกงส้มให้อร่อย :
         แกงส้มชะอมไข่จะอร่อยเพิ่มขึ้น เราจะต้องทอดไข่ชะอมให้กรอบ ฟู และเกรียมนิดๆ (แต่อย่าให้ไหม้เกรียมมากจะไม่อร่อย) เพราะจะช้วยให้น้ำแกงส้มมีกลิ่นหอมมากขึ้น รวมทั้งไข่ชะอมจะดูดซับน้ำแกงส้มได้ดี เวลาเคี้ยวจึงรู้สึกอร่อยเต็มคำ วิธีทอดไข่ชะอม มีดังนี้
  1. ล้างชะอมให้สะอาดและเด็ดเอาใบอ่อนออกมา หั่นให้มีขนาดยาวประมาณ 1 นิ้ว
  2. นำไข่ไก่ไปตอกและใส่ในชาม คนให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน จากนั้นจึงเติมชะอมที่หั่นไว้แล้ว เติมน้ำมะนาว น้ำปลา เกลือป่นสักเล็กน้อย คนต่ออีกครั้งจนไข่และชะอมผสมกันดี 
  3. เทไข่ลงในกระทะที่ใส่น้ำมันตั้งไฟพอร้อน ทอดไข่ชะอมให้เป็นแผ่นเหลืองทั้ง 2ด้าน พอไข่สุก นำออกมาสะเด็ดน้ำมัน แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ พอดีคำ  เตรียมไว้นำไปใช้ในการปรุงกับแกงส้ม 

เคล็ดลับความอร่อย
  • เนื้อปลาที่นำมาผสมกับพริกแกงส้มต้องล้างให้สะอาดและนำไปลวงให้สุกในน้ำเดือด ไม่อย่างนั้นจะทำให้แกงส้มมีกลิ่นคาวปลา
  • สามารถเปลี่ยนจากกุ้งเป็นเนื้อปลา เช่น ปลาช่อน หรือปลาอื่นๆ แทนได้ อร่อยเช่นกัน เนื้อปลาหรือกุ้งจะต้องสด ไม่เหม็นคาว และเวลาปรุงต้องใส่เนื้อปลาหรือกุ้งในขณะที่น้ำแกงเดือด จะช่วยลดกลิ่นคาว
read more

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

รวม 4 สูตรขนมจีบรสเด็ด พร้อมเคล็ดลับเพิ่มความอร่อยแซ่บเวอร์


ขนมจีบ (Shumai) หรือเรียกอีกอย่างว่า Chinese Steamed Dumpling ก็ได้ การทำขนมจีบ ไม่ว่าจะเป็นขนมจีบหมู กุ้ง ไก่ หมึก ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำให้อร่อยนั้นต้องมีเคล็ดลับ เทคนิคกันหน่อย ทำอย่างไรให้ใส้ขนมจีบนุ่มหนึบ แป้งเกี้ยวขนมจีบไม่แข็ง มีรูปทรงสวย นึ่งแล้วขนมจีบไม่เละ อ่านบทความนี้เสร็จรับรองขนมจีบท่านจะอร่อยแซ่บเวอร์แน่นอน โดยบทความนี้ได้รวมเอาสูตรขนมจีบแบบต่างๆ หลายสูตรด้วยกันให้ท่านเลือกตามชอบ พร้อมทั้งบอกสูตรเด็ดเคล็ดลับที่ทำให้ขนมจีบอร่อย ชนิดที่สามารถทำขายได้สบาย  


สูตรที่1

สูตรนี้เป็นขนมจีบใส้หมูผสมกุ้ง  

ส่วนผสมและเครื่องปรุง 
  • หมูบดแช่ช่องฟรีซเย็นพอเป็นเกล็ดน้ำแข๋ง 3-4 ขีด 
  • กุ้งสดหั่นชิ้น 1-2 ขีด 
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 
  • เกลือ ½ ช้อนชา 
  • ซุปผงปรุงรส 1 ช้อนชา 
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนชา 
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ 
  • แผ่นเกี๊ยว 2 ห่อ
วิธีทำ
  1. เริ่มจากนำหมูบดใส่ครก ตามด้วยตอกไข่ไก่ใส่ น้ำมันหอย น้ำตาลทราย เกลือ ซุปผงปรุงรส และพริกไทยป่น
  2. เพื่อที่จะทำให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันดี ให้ค่อยๆ โขลกหมูในครกให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ จนเนียนเหนียว และหนึบเด้งดึ๋งเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ข้อดีอีกอย่างของการโขลกในครกแทนการนวดด้วยมือ คือ ความเย็นของหมู และการนำมาตำในครกจะทำให้หมูเหนียวเนียนนุ่มจับตัวดีโดยไม่ต้องใส่แป้งช่วย
  3. ตักหมูที่โขลกและปรุงรสจนได้ที่แล้วออกมาใส่ชามใหญ่ๆ หรือกะละมังสแตนเลสก็ได้ เพื่อผสมส่วนผสมอื่นต่อ
  4. ใส่กุ้งสดหั่นชิ้น ต้นหอมซอย และน้ำมันงา ถ้ามีไข่กุ้งจะใส่ผสมลงไปเพื่อเพิ่มความกรุบของไส้ก็ใส่ตอนนี้ได้เลย ส่วนน้ำมันงาใส่เพิ่มความหอม (โดยจะที่ไม่ใส่ตอนโขลกหมูในครก เพราะหมูจะเละและไม่เหนียวเนียนเข้ากันดี)
  5. คลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันประมาณหนึ่งนาที
  6. ตักไส้ประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะลงบนแผ่นแป้งเกี๊ยว เสร็จแล้วก็จับจีบแป้งเกี๊ยวให้สวย บีบให้แน่นสักเล็กน้อย เสร็จแล้วใช้กรรไกรตัดปลายแผ่นเกี๊ยวที่เกินใส้ออกเล็กน้อย 
  7. นำขนมจีบใส่หม้อนึ่งที่มีใบตองหรือใบข่ารองบนหม้อนึ่งดังรูปด้านล่าง จากนั้นนึ่งไฟปานกลางจากน้ำเดือด จนกระทั่งสุก (นึ่งราวๆสิบนาที อย่านึ่งนาน นึ่งนานแป้งจะแห้ง สีไม่สวย)
  8. พรมและคลุกเคล้าด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว ควรคลุกเร็วๆ อย่าคลุกนานเดี่ยวจะอมน้ำมันเกินไป
  9. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยกระเทียมเจียว เสิร์ฟพร้อมผักสด เช่น ผักชี ผักกาดหอม และซอสจิ๊กโฉ่วหรือซอสพริกเปรี้ยวๆ หวานๆ ตามความชอบ

 สูตรที่ 2 

สูตรนี้โดยคุณมหาชะนี ได้โพสไว้ใน pantip.com โดยเขาเป็นคนชอบทานติ่มซำและขนมจีบอย่างมาก แต่ก็พบว่าซื้อเขาทานแล้วไม่ถูกปาก ไม่อร่อยและมีแต่แป้ง หมูหรือใส้น้อยไป จึงได้คิดสูตรทำทานเอง โดยในสูตรนี้จะเป็น ขนมจีบหมูล้วนๆ เป็นสูตรที่ทำง่าย มาลองดูวิธีการทำกันเลย 

ส่วนผสมและเครื่องปรุง
  • หมูบด เท่าไรก็ได้ตามชอบ
  • แผ่นเกี๊ยว ยี่ห้ออะไรก็คล้ายกันหมด
  • น้ำมันงา
  • เหล้าจีน
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาล
  • แป้งข้าวโพดหรือแป้งมัน
  • ผักชี (เอาราก)
  • พริกไท

วิธีทำ
  1. นำหมูบด(ซื้อในห้างที่เค้าบดแล้วก็ได้ครับ สัดส่วนกับมันหมูลงตัวพอดี) ใส่เหล้าจีน น้ำมันงา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส แล้วก็รากผักชีครับ แล้วก็คลุก ๆ ๆ นวดๆๆ (เหล้าจีน กับน้ำมันงา อย่าใส่มากนะครับกลิ่นจะออก เหล้าจีน ไม่ใส่ก็ได้นะครับ แต่ถ้าใส่ แนะนำว่าควรหมักหมูทิ้งไว้สักพัก ให้กลิ่นเหล้าที่แรง ๆ ออกไปก่อนครับ)
  2. คลุกให้เข้ากันแล้วใส่แป้งข้าวโพดลงไป
  3. เพื่อความเนียนเข้ากัน ก็ใส่ครกตำได้เลยครับ ตำ ๆ แล้วจะเนียน
  4. หมูที่เนียนนุ่มแล้วหน้าตาแบบรูปที่4 ครับ พักไว้ในตู้เย็นสักพักให้เข้าเนือ
  5. นำแผ่นเกี๊ยวมาตัดตามรูปที่ 5
  6. ใส่ไส้ลงไป ทำมือเป็นรูกลม ๆ
  7. เสร็จแล้วก็บีบ ก็จะได้ขนมจีบแบบมักง่าย ไว้กินเองแล้วครับ
  8. นำขนมจีบใส่หม้อนึ่ง นึ่งไฟปานกลางจากน้ำเดือด จนกระทั่งสุก
  9. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยกระเทียมเจียว แนบผักชี 



ข้อแนะนำเพิ่มเติม
แผ่นเกี๊ยว 21 บาท หมูบดล้วน 66 บาท ผักชี 10 บาท เครื่องปรุงอื่นๆมีอยู่แล้ว รวม 97 บาท ตีไป 100 บาท ทำขนมจีบได้ 40 ลูก ตกลูกละ 2.5 บาท แต่ไส้เยอะ หมูล้วนขนาดนี้ ข้างนอกไม่มีให้กินแน่ ถ้าร้านทั่วไปลูกละ 2 บาท 3 บาท มักจะใส่แห้วหรือมันแกว หรือใส่มันเปลว หมูไม่แน่นขนาดนี้ ถ้าร้านติ่มซำ 4 ลูกลักษณะนี้ อย่างต่ำก็ 30 บาทแล้วครับ 
ข้อสังเกตอีกอย่างคือ หมูหลังจากที่หมักไว้ข้ามคืน อร่อยกว่าหมักไว้แป๊บเดียวแล้วทำเลย เหมือนมันเข้าเนื้อและตัวเหล้าจีนกับน้ำมันงากลิ่นมันจะระเหยไปนิดหน่อย กลมกล่อมกว่าหมักแล้วทำกินเลยครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://pantip.com/topic/30391482

สูตรที่ 3 

โดยคุณแหม่ม (kanchana Iijima) ได้แนะนำสูตรขนมจีบหมูใส่แห้วและเครื่องที่หลากหลาย มีขั้นตอนดังนี้ 

ส่วนผสมและเครื่องปรุง
  • รากผักชี 4 ราก
  • กระเทียมจีน 3 กรีบ
  • หมูครึ่งโล
  • มันหมู
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • แมกกี้ 1 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย
  • ผงปรุงรสหมู 2/3 ช้อนชา
  • แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมหัวใหญ่ 1/2 หัว
  • แห้ว 5 ลูก
วิธีทำ
  1. นำรากผักชีกับกระเทียมกรีบไปโขลกหรือปั่นด้วยเครื่องปั่น ให้ละเอียด
  2. นำหมูสับไปปั่นให้ละเอียด 
  3. ล้างแห้วให้สะอาด ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้
  4. ผสมหมูสับปั่นละเอียดเข้ากับรากผักชีและกระเทียมที่ปั่นเตรียมไว้แล้ว นวดให้เข้ากันพร้อมกับ ใส่เกลือ น้ำตาล ผงปรุงรสหมู แห้ว หัวหัวใหญ่สับ นวดส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันดี จากนั้นปรุงรสด้วย แม๊กกี้ น้ำมันงา ซอสปรุงรส แป้งข้าวโพด พริกไทย นวดคลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันประมาณหนึ่งนาที
  5. ตักไส้ประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะลงบนแผ่นแป้งเกี๊ยว เสร็จแล้วก็จับรวบปลายทั้งสี่มุมมาขยุ้มรวมกัน บีบให้แน่นหนาไม่มีรูเปิดอ้า ห่อจนหมดไส้ที่ทำไว้ ใช้น้ำพรมแป้งเกี๊ยวเพื่อให้จีบสวยและเกาะยึดกันได้ดี
  6. นึ่งไฟอ่อนจากน้ำเดือด ประมาณ 6 นาที วางขนมจีบห่างๆ กันจะไได้ไม่ติดกัน
  7. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยกระเทียมเจียว ข้าวโพดต้ม เผือกต้ม 
  8. เสิร์ฟพร้อมผักสด เช่น ผักชี ผักกาดหอม และซอสจิ๊กโฉ่วหรือซอสพริกเปรี้ยวๆ หวานๆ ตามความชอบ

ใครยังทำไม่ได้ ลองไปดูวิดีโอสอนการทำของคุณแหม่ม ได้ที่นี้เลย https://www.youtube.com/watch?v=xeAk1NBFANA

สูตรที่ 4 

อีกหนึ่งสูตร จากฝีมือของ คุณอยากให้โลกนี้มีรอยยิ้มเรื่อยไป สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม แม่ครัวมือใหม่ที่เพิ่งหัดทำขนมจีบกินเองง่าย ๆ โดยเธอลองทำตามสูตรในหนังสือตำราอาหารอีกที  

ส่วนผสมและเครื่องปรุง
  • หมูสับ , 
  • ไข่ไก่
  • น้ำมันงา
  • พริกไทยป่น
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลทราย
  • รากผักชี
  • แครอทหั่นเต๋าเล็ก
  • ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม
  • แผ่นเกี๊ยว
  • กระเทียมสับ


วิธีทำ
  1. โขลกรากผักชีให้ละเอียด ดังรูปหมายเลข 1 
  2. นวดผสมหมูสับกับรากผักชีโขลก ใส่ไข่ไก่ น้ำมันงา พริกไทยป่น น้ำปลา น้ำตาลทราย และซีอิ๊วขาวเห็ดหอมลงไป คลุกเคล้านวดส่วนผสมให้เข้ากันดี (ส่วนผสมที่ได้ลักษณะเนียนเหนียว และหนึบเด้งดึ๋งเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้เวลานวด 10 นาที โดยประมาณ)
  3. ตัดแผ่นเกี๊ยวเป็นแผ่นวงกลม เตรียมไว้ ใช้แก้วครอบ เป็นตัวช่วยในการตัด
  4. เตรียมส่วนผสมสำหรับห่อ และเตรียมน้ำเปล่าใส่ถ้วยไว้เล็กน้อย
  5. วางแผ่นเกี๊ยวลงบนมือ ตักส่วนผสมหมูใส่ประมาณ 2 ช้อนชา รวบจับจีบให้สวยงาม ทำจนหมด
  6. วางขนมจีบลงในหม้อนึ่ง พรมน้ำให้ทั่ว นำไปนึ่ง ใช้ไฟปานกลางจนสุก
  7. นึ่งจนสุก จัดใส่จาน โรยกระเทียมเจียว และผักชี พร้อมเสิร์ฟ

สูตรนี้สามารถดูข้อมูลเพอ่มเติมได้ที่ http://pantip.com/topic/32355534

เทคนิคและเคล็ดลับความอร่อย

  • บางสูตรแนะนำว่า ก่อนห่อแผ่นเกี๊ยวเข้ากับใส้ ควรล้างแผ่นเกี๊ยวก่อน โดยการเอาแผ่นเกี๊ยวไปจุ่มนํ้า ถูเบาๆ หรือสะบัดๆ เอาแป้งขาวๆ ออก แต่อย่าจุ่มหรือแชร่น้ำนานแผ่นเกี๊ยวจะเปื่อย เอาแค่หมาดๆพอ จากนั้นก็ห่อใส้หมูทั้งๆ ที่แผ่นเกี๊ยวยังเปียกหมาดๆ อยู่  
  • ควรใช้กรรไกรหรือมีดตัดขอบแผ่นแป้งเกี๊ยวก่อนแล้วค่อยห่อ เพื่อให้ใส้พอดีกับแผ่นเกี๊ยว เพราะถ้าไม่ตัด ปลายแผ่นแป้งเกี๊ยวส่วนเกินนั้นจะแข็ง 
  • เนื้อหมู เลือกเนื้อส่วนหัวไหล่หมูบดรวมกับมันหมู ใส้หมูเราจะได้เด้งๆ หนึบๆ อร่อยกว่า
  • ในขั้นตอนการนึ่ง นึ่งแค่ซักสิบนาทีก้พอ ให้ใส้มันพอเปลี่ยนเป็นสีขาวๆ อย่านึ่งนานเกินไป แผ่นแป้งเกี๊ยวจะแข็งกระด้าง 
  • ต้นหอมซอยที่ใส่ผสมกับเนื้อหมูช่วยเพิ่มกลิ่นหอม และสีสันให้แก่ขนมจีบ 
สุดท้ายนี้ เพื่อนๆ ลองนำสูตรขนมจีบ ที่นำมาเสนอนี้ไปทำกันดูนะครับ รับรองอร่อยแน่นอน


read more

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ก๋วยจั๊บน้ำข้น สูตรอร่อยเด็ด

"ก๋วยจั๊บน้ำข้น" อีกเมนูอาหารจานเดียวที่อร่อยเด็ดและได้คุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วนในจานเดียว เอกลักษณ์ของก๊วยจั๊บน้ำข้นนั้นอยู่ที่เครื่องมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นหมูกรอบ ไส้หมู ตับหมู ปอดหมู เต้าหู้ทอด ไข่ต้ม ปอด และหนังหมู และก๋วยจั๊บก็เป็นเช่นเดียวกับก๋วยเตี๋ยว สามารถปรุงรสได้ตามใจชอบ ด้วยน้ำซุปที่เข้มข้นปรุงรสอีกนิดหน่อยหรือแทบไม่ต้องปรุงเลย จึงทำให้ถูกปากถูกใจได้ไม่ยาก ที่มีสูตรก๋วยจั๊บน้ำข้นดังนี้...


เครื่องปรุง
  1. เส้นก๋วยจั๊บ 1 กิโลกรัม
  2. ตับหมู ½ กิโลกรัม
  3. ไส้ใหญ่หมู ½ กิโลกรัม
  4. ปอดหมู 2 พวง
  5. หนังหมู ½ กิโลกรัม
  6. เต้าหู้ทอด 2 พวง
  7. หมูกรอบชิ้นยาว 2 ชิ้น
  8. พริกไทยขาวเป็นเม็ด 30 เม็ด
  9. แป้งข้าวเจ้า 10 ช้อนโต๊ะ
  10. ไข่ต้ม 20 ฟอง
  11. กระเทียมบุบ 6 หัว
  12. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  13. เกลือป่น ½ ช้อนโต๊ะ
  14. ซ๊อิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  15. ซิ๊วดำ ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ก่อนอื่นให้เตรียมเส้นก๋วยจั๊บก่อน โดยการนำเส้นก๊วยจั๊บมาต้มกับน้ำซุปจนกระทั่งเส้นนิ่มได้ที่แล้วให้นำแป้งข้าวเจ้ามาละลายกับน้ำใส่ลงเคี่ยวในหม้อให้ข้นแต่อย่าให้เหนียว ปิดไฟพักไว้
2. จากนั้นหันมาทำน้ำพะโล้ด้วยการต้มน้ำ ใส่กระดูกหมูลงไปเคี่ยวสักครู่พอให้หวานน้ำต้มกระดูกหมู จากนั้นให้ใส่โป๊ยกั๊ก รากผักชี อบเชย พริกไทยเม็ด กระเทียมบุบพอแหลก เกลือ น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ ตามด้วยเครื่องในหมู ได้แก่ ตับหมู ปอดหมู หนังหมู และไข่ต้มลงไป เคี่ยวต่อไปด้วยไฟอ่อน รอจนตับหมูเริ่มสุกให้ตักขึ้นมาก่อน เนื่องจากตับจะเป็นส่วนที่สุกเร็วที่สุด นอกนั้นให้เคี่ยวต่อไปจนเปื่อยแล้วจึงค่อยตักขึ้นมาใส่ในภาชนะเตรียมขาย หรือจะนำใส่ในตะแกรงโลหะแขวนไว้บนหม้อต้มให้ได้รับความร้อนตลอดเวลาก็ได้เพียงเท่านี้ก็ได้ก๋วยจั๊บรสเด็ดแล้ว

read more

ไก่ผัดเผ็ดมะม่วงหิมพานต์ อาหารรสเลิศ

ไก่ผัดเผ็ดมะม่วงหิมพานต์ สูตรอาหารไทยอีกเมนูอาหารรสเลิศที่มีรสชาติไม่จัดจ้านจนเกินไป ที่ใครได้ลองชิมแล้วต้องถูกปากถูกใจ ต้องหามาทานกันใหม่ จนเป็นที่นิยมของทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ไก่ผัดเผ็ดมะม่วงหิมพานต์จานนี้…จริงๆแล้ว เป็นเมนูอาหารที่ทำง่ายๆ ใช้เวลาทำน้อย แถมเครื่องปรุงวัตถุดิบก็ยังหาง่ายอีกต่างหาก แต่ถ้าลองเราไปสั่งทานตามร้านอาหารนอกบ้าน ก็มีราคาแพงพอสมควรเลยล่ะ วันนี้เราจึงนำสูตรไก่ผัดเผ็ดมะม่วงหิมพานต์มาฝากครับ ทั้งอร่อยรสเด็ดและทำง่ายจะต้องไปเสียเงินทานนอกบ้านทำไม หิวตอนไหนก็ลุกขึ้นเข้าครัว เสิร์ฟทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆ…อร่อยจุงเบย


ไก่ผัดเผ็ดมะม่วงหิมพานต์ สูตรใส่น้ำพริกเผา
ส่วนผสม
สันในไก่หรืออกไก่ 1 ½ ถ้วย
แป้งสาลี 3/4 ถ้วย (หรือแป้งทอดกรอบก็ได้…แต่อาจจะกรอบไป)
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1 ถ้วยพูน (ปริมาณเพิ่มลด ตามชอบ)
กระเทียม 5 กลีบ
พริกแห้งหั่น 3/4 ถ้วย
ต้นหอมหั่น (เป็นชิ้นยาวๆประมาณ 1 นิ้ว) 3/4 ถ้วย
เห็ดฟาง (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ตามชอบ)
แห้วต้มสุกหรือแห้วกระป๋อง (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ตามชอบ)


เครื่องปรุงรส (ซอสผัด)
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ (ปริมาณเพิ่มรสได้ ตามชอบ)
น้ำพริกเผา 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.นำเนื้อไก่ไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาหั่นแฉลบให้เป็นชิ้นพอดีคำ พักไว้
2. เตรียมส่วนผสมต่างๆให้พร้อม ดังนี้
  • กระเทียบปอกปลือก ทุบ และสับหยาบ
  • นำเห็ดฟางหรือแห้วมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วถ้าเป็นเห็ดฟางก็ให้ผ่าครึ่งเตรียมไว้ ส่วนถ้าใช้แห้วก็ให้ผ่าเป็น 2 หรือ 4 ส่วน แล้วแต่ขนาด
  • ต้นหอม ตัดรากทิ้ง นำไปล้าง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ 1 นิ้ว
  • หอมหัวใหญ่ นำมาปอกเปลือก นำไปล้าง แล้วนำมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดกลาง
  • ให้ต้มแห้วจนสุก (ใส่หรือไม่ก็ได้ตามชอบ) คือให้ต้มน้ำจนเดือดแล้วนำแห้วลงไปต้มจนสุก (ประมาณ 5 นาที) เสร็จแล้วตักขึ้น พักไว้
  • พริกแห้ง ถ้ามีขั้วเด็ดทิ้งไป แล้วหั่นพริกแห้งเป็น 2 ส่วน (เป็นท่อนสั้น ๆ เพื่อให้เม็ดแตก ถ้าชอบเผ็ดพริกมากหักให้ละเอียดหน่อย)
  • เอาเครื่องปรุงรสทั้งหมดผสมรวมกันในชามหรือถ้วย เพื่อง่ายต่อการหยิบจับไม่ต้องเสียเวลาผัดไปปรุงไป (หรือบางท่านอาจจะรอปรุงขณะผัดทีเดียวก็ได้) เครื่องปรุงรสได้แก่ ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำพริกเผา น้ำตาลทราย ใส่ในถ้วยแล้วคนๆผสมให้มันเข้ากันไว้ก่อน


3. เอาไก่คลุกแป้ง เริ่มจากใส่ซีอิ๊วขาวผสมลงไปบนไก่นิดหน่อย (ประมาณ 1-2 ช้อนชา) คลุกคล้าให้เข้าเนื้อไก่ หมักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วนำเนื้อไก่ไปคลุกกับแป้งทอดกรอบ (บางๆไม่ต้องหนา) จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ พอเหลือง (ทอดให้ผิวตึงๆ ก็พอ ไม่ต้องสุกมาก เพราะเดี๋ยวเราจะเอาไปผัดอีก) เสร็จแล้วตักขึ้น พักไว้บนกระดาษเพื่อซับน้ำมัน



4. ทอดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ด้วยไฟอ่อนถึงไฟกลาง ทอดเล็กน้อยพอเหลือง (ระวังไหม้) จึงตักขึ้นพักไว้บนกระดาษเพื่อซับมัน (ถ้าใช้ไฟแรง จะทำให้เม็ดมะม่วงฯ ไหม้ได้ และข้างในจะไม่สุก)
  • จากนั้นก็นำพริกแห้งลงไปทอดต่อด้วยไฟอ่อน จนพริกแห้งหอม เม็ดจะพองๆ (ระวังไหม้) แล้วช้อนขึ้นพักไว้ ให้สะเด็ดน้ำมัน
5. เทน้ำมันที่ทอดของเก็บไว้ แล้วใส่น้ำมันพืชสำหรับผัดลงไปนิดหน่อยประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง พอน้ำมันอุ่นแล้วให้ใส่กระเทียมลงไปเจียวพอหอมเหลือง ตามด้วยหอมหัวใหญ่ลงไปผัด…จนเริ่มใส แล้วเอาเครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ใส่ลงไปเคี่ยวในกระทะให้งวดหน่อยๆคลุกเคล้าใหข้ากัน
6. จากนั้นใส่เนื้อไก่และพริกแห้งทอดลงไปคลุกเลย…กลิ้งไปกลิ้งมาผัด ๆ เร็ว ๆ ให้เข้ากัน ตามด้วยใส่เม็ดมะม่วง ต้นหอม หรือผักอื่นๆ ตามลำดับ (ซอสจะเหือดแห้งลงและเดือด) ชิมรสชาติแล้วปรุงรสเพิ่มได้ถ้าไม่ถูกใจ รสชาติที่ปรุงได้ควรจะออกรสเค็มหวานครับ…ไม่ใช่หวานเค็ม (ถ้าน้ำเหือดแห้งมากเติมน้ำสะอาดได้ 1-3 ช้อนโต๊ะครับ) ผัดต่อให้เข้ากันประมาณ 1-2 นาที คลุกกเคล้าให้เข้ากัน จึงปิดไฟ ตักใส่จานพร้อมเสริฟได้แล้ว

ไก่ผัดเผ็ดมะม่วงหิมพานต์ สูตรไม่ใส่น้ำพริกเผา 
ส่วนผสม (สูตรครัวบ้านพิมพ์)
อกไก่ 300 กรัม
พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
เกลือป่นธรรมดา ¼ ช้อนชา
***เอาอกไก่ พริกไทยป่น และเกลือป่น มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 10 นาที***

แป้งสาลี 1/2 ถ้วย
เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 1/2 ถ้วย (จะใส่มากน้อยนี้…แล้วแต่ชอบเลย)
ต้นหอม 2 ต้น
พริกขี้หนูแห้ง 5-10 เม็ด (ตามชอบ ชอบเผ็ดมากใส่มาก)
เห็ดฟางดอกตูมๆ 7 ดอกกลาง
พริกชี้ฟ้าสีแดง 2 เม็ด
กระเทียมไทย 1 หัว

เครื่องปรุงรส (ซอสผัด)
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ¼ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1/2 ช้อนโต๊ะ
***เอามาผสมลงไว้ไนถ้วยจะได้ง่ายต่อการหยิบจับ***

วิธีทำ : ก็ไม่ยากเลย ทำเช่นเดียวกับขั้นตอนวิธีทำสูตรที่ 1 ได้อธิบายไว้ละเอียดพอสมควรแล้ว…ลองทำตามดูนะครับ


แนะนำเพิ่มเติม
  • ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีหลายสูตร มีทั้งแบบที่นำไก่ไปทอดก่อนพอข้างนอกตึง…หรือไม่ทอดผัดเลย แบบใส่น้ำพริกเผาหรือไม่ใส่…แล้วแต่จะชอบ ถ้าใส่น้ำพริกเผาก็อย่ามากไปเดี๋ยวจะกลายเป็นไก่ผัดน้ำพริกเผาแทนไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 
  • แนะนำวิธีเลือกเนื้อไก่ เลือกตามแบบที่ชอบเลยครับ ดังนี้
ถ้าชอบเนื้อแบบร่วนๆ แข็งๆ ให้ใช้เนื้อไก่ส่วนหน้าอก เลาะหนังออก
ถ้าชอบเนื้อแบบนิ่มๆ มีมันน้อย ให้ใช้เนื้อไก่ส่วนสันใน
ถ้าชอบเนื้อแบบนิ่มๆ แบบมีมันแทรก ให้ใช้เนื้อน่องหรือสะโพก เลาะหนังออก
  • มะม่วงหิมพานต์เป็นถั่วชนิดหนึ่ง ซื้อมาแล้วถ้าอยากเก็บให้ได้นานโดยไม่หืนควรแช่ตู้เย็น

ขอบคุณข้อมูลจาก : 
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=thaispicy&month=11-2007&date=14&group=9&gblog=24
http://pim.in.th/side-dish-by-chicken/255-spicy-chicken-with-cashew-nuts
read more

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สูตรข้าวผัดหมู และวิธีผัดข้าวให้อร่อย

สูตรอาหารไทย ข้าวผัดหมู เมนูอาหารนี้อาจฟังดูเป็นอาหารพื้นๆ แต่คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การจะหาข้าวผัดหมูอร่อยๆถูกใจนั้นก็ไม่ง่ายเช่นกัน ปกติแล้วมักจะเจอแบบพอกินได้เท่านั้น ทั้งที่วิธีทำข้าวผัดหมูนั้นสามารถทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากเลย แต่ทำไมความอร่อยและน่าทานจึงแตกต่างกัน คุณอยากรู้ไหม? …เคล็ดลับของข้าวผัดหมูนั้นอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ปรุง ว่าจะเพิ่มเสริมรสอย่างไรให้ถูกใจถูกปากผู้บริโภค และที่สำคัญข้าวผัดจะต้องแห้งหมาด รสชาติเข้มข้น สีสันสวยงาม และสิ่งหนึ่งที่ชวนให้รับประทานนั้น ได้มาจากผักและเครื่องปรุงที่เสริมลงไป นอกจากแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแล้วยังให้รสชาติเลิศถูกอดถูกใจได้ไม่ยากอีกด้วย


เครื่องปรุง
  1. ข้าวสวย (ไม่แฉะ) ¾ ถ้วยตวง
  2. หมูสับ 50 กรัม
  3. หมูแฮมหั่นเป็นเส้นฝอย 1 แผ่น
  4. หมูยอหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
  5. กระเทียมสับ 8 กลีบ
  6. แครอทหั่นเป็นเส้นฝอย 3 ช้อนโต๊ะ
  7. มะเขือเทศผ่าตามยาว 1 ลูก
  8. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  10. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  11. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  12. ซอสปรุงรสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา
  13. มะนาว 1 ซีก
  14. แตงกวา ต้นหอม ผักชี พริกไทยป่น
(ถ้าบางอย่างไม่มีไม่เป็นไรครับ ใส่อย่างอื่นแทนได้ หรือถ้ามีแค่ข้าวกะไข่ ก็พอกล้อมแกล้มได้เหมือนกัน)

วิธีทำ
1. เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไปพอเริ่มร้อนใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้เหลือง
2. จากนั้นจึงใส่หมูสับลงไปผัดพอสุกตามด้วยหมูแฮมและหมูยอลงไปผัด
3. เสร็จแล้วใส่ข้าวสวยลงผัดให้ส่วนผสมเข้ากันจึงใส่แครอทและมะเขือเทศลงไปผัด ปรุงด้วยซอสปรุงรส และซีอิ๊วขาวผัดให้เครื่องปรุงเข้ากัน จากนั้นใช้ตะหลิวดันข้าวผัดขึ้นไปอยู่ข้างๆกระทะ เว้นที่ก้นกระทะไว้ตอกไข่ใส่ลงไป ใช้ตะหลิวตีไข่ให้แตก จากนั้นตักข้าวที่อยู่ข้างกระทะกลบทับไข่ไว้ รอจนไข่สุกแล้วจึงช้อนกลับให้ไข่อยู่ด้านบน ใส่น้ำมันหอยลงไปผัดให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง ปิดไฟ
4. ตักใส่จาน จัดเรียงแตงกวาและมะนาวไว้ข้างๆจานเสิร์ฟได้ทันที

เคล็ดลับวิธีทำข้าวผัดให้อร่อย
  • สิ่งสำคัญ ข้าวสวยที่ใช้ผัดต้องไม่แฉะ นอกจากนี้ เมื่อข้าวสุกใหม่ร้อนๆ ควรเกลี่ยใส่ถาด ให้ข้าวเย็นก่อนจึงนำมาผัด ข้าวจะไม่เกาะตัวเป็นก้อน 
  • น้ำมันไม่ควรใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้แฉะและเลี่ยน ไม่น่ากิน 
  • ต้องใช้ไฟกลางในการเจียวกระเทียมจนเหลือง ใส่เครื่องปรุงที่เป็นเนื้อสัตว์ผัดจนสุกก่อน จึงใส่ข้าวผัดให้ทั่ว ถ้าข้าวผัดชนิดใดมีส่วนผสมของไข่ต้องใส่ไข่ทีหลังข้าวพอผัดข้าวจนทั่วเกลี่ยข้าวไว้อีกด้าน หนึ่งต่อยไข่ใส่กลบข้าวบนไข่พอสุกจึงค่อยผัดไข่ ในขั้นตอนนี้ต้องผัดเร็วๆ ไข่จะเกาะเม็ดข้าวดี และไม่แฉะ เช่น ข้าวผัดปู ข้าวผัดทะเล ข้าวผัดกุ้ง ข้าวผัดหมู ในกรณีที่เป็นข้าวผัดที่นำน้ำพริกมาประยุกต์ คลุกน้ำพริกกับข้าวให้ทั่วก่อน จึงค่อยผัดทีหลังจะทำให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดี 
  • “กระทะ” เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำข้าวผัดเลยทีเดียว กระทะเหล็กรับความร้อนได้เร็วและดี แต่ข้าวจะติดกระทะ ต้องผัดเร็วๆเหมาะสำหรับแม่ครัวที่ชำนาญในการผัดขัาว เพราะข้าวผัดที่ได้จะมีกลิ่นหอม ถ้าเป็นแม่ครัวมือใหม่ต้องใช้กระทะเทฟล่อน แต่กลิ่นหอมจะสู้ข้าวที่ผัดจากกระทะอะลูมิเนียม กระทะเหล็ก หรือกระทะเหล็กเคลือบไม่ได้ “ตะหลิว” ก็เช่นกันต้องเลือกด้ามที่ติดแน่น ทนความร้อน
  • พวกผักต่างๆนั้น ควรหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าหรือชิ้นเล็กๆ จะช่วยทำให้ข้าวผัดอร่อยกว่าใส่ชิ้นใหญ่ เช่น หอมใหญ่ คะน้า แครอท มะเขือเทศ ต้มหอม หั่นชิ้นเล็ก

read more

สูตรปลากระพงนึ่งมะนาว อร่อยแซ่บเวอร์ จานนี้ต้องลอง

สูตรอาหารไทย ปลากระพงนึ่งมะนาว แรกเริ่มเดิมที่นั้นเป็นอาหารพื้นบ้านภาคกลาง ปัจจุบันกลายเป็นเมนูอาหารไทยยอดฮิตที่แทบทุกร้านอาหารต้องมี อีกหนึ่งเมนูที่มักจะสั่งทานเสมอเวลาไปทานข้าวนอกบ้าน สูตรอาหารปลากระพงนึ่งมะนาวเป็นการนำปลาสดๆมานึ่งจนสุกหอม แล้วราดด้วยน้ำปรุงรสจัดจ้าน เปรี้ยว แซ่บถึงใจ อีกหนึ่งเมนูเด็ดรสชาติเข้มข้นจัดจ้านครบรสตามแบบฉบับอาหารไทย รับประทานร้อนๆได้ความหอมจากเนื้อปลา อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และปราศจากไขมัน เป็นเมนูอาหารไทยที่อยากให้ทุกท่านมาลองชิมมากๆครับ วันนี้จึงได้นำสูตรปลากระพงนึ่งมะนาวมาฝาก และวิธีทำก็ทำไม่ยาก…สูตรก็ตามนี้เลยครับ


ส่วนผสม
1. ปลากระพงขาวหนัก 7 ขีด
2. กระเทียมสับหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ
3. พริกขี้หนูสับหยาบ 10-30 เม็ด
(ถ้าใช้พริกขี้หนูสวนจะหอมและเผ็ดมากกว่า ปริมาณแล้วแต่ชอบ ถ้าใส่ 10 เม็ดสำหรับเผ็ดน้อย ... 30 เผ็ดมาก)
4. รากผักชีสับหยาบๆ 3 ราก
5. ต้นหอมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำมะนาว 3 - 4 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำปลากระพงมาขอดเกล็ด ควักเอาพุงปลาออก ล้างให้สะอาด แล้วบั้งขวางเนื้อปลาข้างละ 3 บั้งให้ถึงกระดูก แล้วสะเด็ดน้ำให้แห้ง
2. ก่อนนำปลาไปนึ่งให้ใช้น้ำส้มสายชูและเกลืออย่างละ 1 ช้อนชา ผสมกัน แล้วนำไปทาตัวปลาให้ทั่ว วางใส่จาน พักไว้
3. นำน้ำสะอาดใส่ในซึ้ง ต้มให้น้ำเดือด จากนั้นให้นำปลากระพง (จากข้อ 2) ลงนึ่งในซึ้งเลยครับ แล้วปิดฝาหม้อ นึ่งไฟแรงประมาณ 10-15 นาที จนกระทั่งปลาสุก จากนั้นให้ยกปลาออกมา เทน้ำในจานปลาออกโดยใส่ถ้วยไว้ต่างหาก…อย่าทิ้ง
4. ระหว่างรอปลาสุก ให้ทำน้ำปรุงรสใส่ชามเตรียมไว้ โดยผสมกระเทียมสับ ต้นหอมสับ พริกขี้หนูสับ รากผักชีสับ น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน แล้วก็เติมน้ำจากตัวปลาลงไปผสมด้วย ชิมและเติมรสให้ถูกใจ
5. นำปลาที่นึ่งสุกแล้ว ราดด้วยน้ำปรุงรสที่เตรียมไว้ เสิร์ฟร้อนๆ ประดับด้วยมะนาวฝานเป็นแว่นๆ โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ และผักชีไทยสับตามชอบครับ
(สำหรับเสิร์ฟรับประทาน 2 ที่)

แนะนำเคล็ดลับการนึ่งปลา
  • อาจเพิ่มผักลงไปในเมนูปลากะพงนึ่งมะนาว โดยวางผักต่างๆรองตัวปลาแล้วนำไปนึ่ง
  • ปลานึ่งมะนาว ไม่ว่าจะใช้ปลาอะไรทำนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องนึ่งปลาให้สุกเสียก่อน การที่จะนึ่งปลาไม่ให้คาวและเนื้อเละ ที่เป็นเหตุทำให้ทานปลาไม่อร่อย มีวิธีแก้ปัญหาดังนี้คือ ก่อนจะนำปลาไปนึ่งให้ใช้น้ำส้มสายชู และเกลืออย่างละ 1 ช้อนชา ผสมกัน ทาตัวปลาให้ทั่ว นำตะแกรงไปวางรองลังถึง จากนั้นให้นำปลาลงไปนึ่งในน้ำเดือดไฟแรง…จนปลาสุก ก็จะไม่มีกลิ่นคาวและเนื้อปลาก็จะไม่เละ

read more

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข้าวผัดปลากระป๋อง เมนูอาหารง่ายๆ อร่อยได้อีก

เมนูอาหารง่ายๆ ข้าวผัดปลากระป๋องเป็นข้าวผัดยามยากอีกจานที่ทำได้ง่ายและอร่อย หรือแม้แต่จะนำไปแปลงเป็นเมนูเด็ดผัดขี้เมา หรือเป็นผัดกระเพราะก็ยังได้ ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ยังไม่เคยทานข้าวผัดปลากระป๋องมาก่อน รีบลองเข้าครัวไปทำทานซะนะ เพราะข้าวผัดปลากระป๋องนี้เป็นอีกเมนูอาหารง่ายๆ และวัตถุดิบก็หาง่าย ประมาณว่าถ้าคุณรื้อในครัวดูแล้วมีแค่ปลากระป๋องกับข้าวสุกอยู่บ้าง เพียงแค่นี้ก็สามารถทำข้าวผัดปลากระป๋องได้แล้วล่ะ และถ้ามีผักอะไรที่พอเหลืออยู่ก็สามารถเอามาใส่ได้หมดแหล่ะ จะได้อร่อยและน่าทานยิ่งขึ้น…แล้วคุณจะค้นพบของกินอร่อยใกล้ตัวที่ทำง่ายถูกปากถูกใจอีกจาน


เครื่องปรุง
ข้าววสุก 2 ถ้วยตวง
ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 1 กระป๋อง
มะเขือเทศหั่นชิ้น ¼ ถ้วยตวง
หอมหัวใหญ่หั่น ¼ ถ้วยตวง
แครอทหั่นเล็ก ¼ ถ้วยตวง
ถั่วลันเตาเม็ด ¼ ถ้วยตวง
ผักมอคเคอรี่หั่น ¼ ถ้วยตวง
ข้าวโพดอ่อนหั่น ¼ ถ้ยตวง
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ (ดับกลิ่นคาวปลา)
พริกชี้ฟ้าสับ 1 – 2 ช้อนชา (ดับกลิ่นคาวปลา)
น้ำตาล ¼ ถ้วยตวง
เกลือ ½ ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
เครื่องเคียง : ผักชีโรยหน้า ต้นหอม แตงกวาหั่น มะนาวฝาน พริกขี้หนูหั่นฝอย

วิธีทำ
1. นำข้าวสุกคลุกกับปลากระป๋อง
2. ยกกระทะขึ้นตั้งบนเตาไฟ จากนั้นใส่น้ำมันพืชลงไปก่อน เมื่อน้ำมันร้อนให้ใส่กระเทียมสับและลงพริกไป แล้วเจียวจนเหลืองหอมด้วยไฟปานกลาง
3. พอเริ่มมีกลิ่นหอม ใส่หอมหัวใหญ่ เม็ดถั่วลันเตา แครอท หรือผักต่างๆตามแต่ชอบลงไปเลย แล้วผัดไม่ต้องนานพอแค่ผักสลด
4. จากนั้น เอาข้าวที่ร่วนแล้วไม่ติดกัน (จากข้อ1) ใส่ลงไปอีก แล้วผัดพอร้อนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน
5. ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือเล็กน้อย ผัดคลุกเคล้าไปมาเบาๆ จากนั้นตักใส่จานโรยหน้าด้วยพริกไทยป่น เสิร์ฟพร้อมแตงกวา ผักชี ต้นหอม และมะนาวฝาน ถ้าชอบเผ็ดอาจมีพริกขี้หนูหั่นฝอยประกอบไปด้วยก็ได้
(สำหรับส์ฟรับประทาน 2 ที่)

แนะนำเพิ่มเติม
  • การเลือกซื้อปลากระป๋อง ควรเลือกปลากระป๋องชนิดบรรจุในน้ำ เนื่องจากน้ำกับไขมันผสมเข้ากันไม่ได้ กรอดไขมันโอเมก้า 3 จึงจะยังถูกเก็บรักษาอยู่ในเนื้อปลาอย่างครบถ้วน แต่ถ้าเป็นปลากระป๋องแบบ บรรจุในน้ำมัน กรดไขมันจะไหลออกมาปะปนกับน้ำมันที่ใช้บรรจุทำให้สูญเสียกรดไขมันบางส่วนไป ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • สำหรับการปรุงรสเค็มนั้น เราจะใช้เป็นเกลือป่นแทนน้ำปลา เพราะน้ำปลาจะทำให้เหม็นคาว

read more

ผัดพริกแกงโปรตีนเกษตร เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรอาหาร : เมื่อพูดถึงผัดพริกแกง เราก็อาจจะนึกถึงอาหารที่มีรสเผ็ดและอร่อยที่ปรุงรสด้วยเครื่องแกงไทยๆ ที่มีหลากหลายเมนูให้เลือกทาน ไม่ว่าจะเป็นผัดพริกแกงหมู ไก่ อาหารทะเล ยิ่งถ้าใส่เป็นเนื้อหมูติดมันลงไปด้วยแล้ว ยิ่งอร่อยนักเชียว แต่สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน หรือคนรักสุขภาพเมนูนี้อาจไม่เหมาะกับคุณ วันนี้เราจึงได้นำสูตรผัดพริกแกงโปรตีนเกษตรอร่อยๆมาฝากครับ เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะโปรตีนเกษตรทำจากถั่วซึ่งให้โปรตีนได้อย่างดี และปรุงรสให้อร่อยด้วยเครื่องแกงไทยๆ…รับรองว่ารสชาติอร่อยเลิศไม่แพ้ผัดพริกแกงเนื้อเลย ก็เป็นอีกเมนูที่ทำไม่ยากแต่ได้สุขภาพ รสชาติอร่อยถูกปากสไตล์คนชอบทานเผ็ด


ส่วนผสม
  1. โปรตีนเกษตรชิ้นเล็ก 2 ถ้วย
  2. พริกแกงแดง ½ ถ้วยตวง
  3. น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ใบมะกรูดหั่นฝอย 1-2 ใบ
  6. พริกชี้ฟ้า เขียว แดง อย่างละ 1 เม็ด
  7. (หั่นฝอยสำหรับโรยหน้า)
  8. น้ำเปล่า ¼ ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. แช่โปรตีนเกษตรในน้ำเย็นจนนิ่ม ลวกน้ำร้อนแล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนให้กรอบเหลือง ตักขึ้น พักไว้
2. ผัดพริกแกงกกับน้ำมันให้หอม ค่อยๆเติมน้ำสะอาดลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล แล้วจึงใส่โปรตีนเกษตรลงผัดให้เข้ากัน ตักขึ้น โรยใบมะกรูด พริกหั่นฝอย


ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Cuisinier@Foodtravel.th
read more

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สูตรน้ำจิ้มข้าวหมกไก่อร่อย

แม้ว่าข้าวหมกไก่ที่ทำให้นักชิมทั้งหลายต่างถูกปากถูกใจนั้น เสน่ห์อยู่ที่เครื่องหอมของเครื่องเทศที่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อไก่และตัวข้าว แต่คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าถ้าขาดน้ำจิ้มข้าวหมกไก่รสเด็ดไป ก็คงจะขาดสีสันลดความอร่อยของข้าวหมกไก่ลงไปมิใช่น้อย แต่ในทางกลับกันถ้าน้ำจิ้มอร่อยก็จะเป็นตัวชูโรงเพิ่มความอร่อยได้ดีนักเชียว แถมวิธีทำน้ำจิ้มข้าวหมกไก่นั้นก็ทำได้ง่ายๆด้วย สำหรับสูตรน้ำจิ้มข้าวหมกไก่ที่เรานำฝากนี้ รสชาติจะออกเปรี้ยวๆ หวานนำ มีความพิเศษตรงที่ใส่ใบระแหน่ลงไปด้วยทำให้น้ำจิ้มที่ได้มีสีเขียวเข้มมรกตและกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่ง ที่สำคัญเมื่อรับประทานคู่กับช้าวหมกไก่ ข้าวหมกหมกเนื้จานโปรดของคุณแล้วรสชาติอร่อยกลมกล่อมเข้ากันดีนักเชียว


เครื่องปรุงสำหรับน้ำจิ้มข้าวหมกไก่
  1. ต้นหอม 8 ต้น 
  2. ผักชี 10-12 ต้น 
  3. ขิงแก่ 1 ถ้วย 
  4. พริกชี้ฟ้าเขียว 4 เม็ด (หรือใส่เพิ่มได้ตามใจชอบ) 
  5. กระเทียมกลีบ 20 เม็ด (ใส่หรือไม่ก็ได้ตามชอบ) 
  6. ใบสะระแหน่ 1 ถ้วย 
  7. น้ำตาลทราย 1 1/3 ถ้วย 
  8. เกลือป่น 4 ช้อนชา 
  9. น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย 
  10. น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำน้ำจิ้มข้าวหมกไก่
1. อันดับแรกทำน้ำเชื่อมก่อนคือ นำน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่าใส่ลงในหม้อ นำไปตั้งไฟปานกลาง คนเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลาย ปิดเตา ยกลง พักไว้ก่อน
2. ตัดรากต้นหอม ผักชี ปลอกเปลือกขิง และตัดขั้วพริกชี้ฟ้า ล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วนำทุกอย่างมาซอยหยาบๆ จากนั้นนำเครื่องที่ซอยไว้ใส่ลงในเครื่องปั่น แล้วปั่นเครื่องทั้งหมดให้ละเอียด
3. จากนั้นให้ใส่น้ำส้มสายชูลงไปในน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้และคนให้เข้ากัน ใส่ตามด้วยผักที่ปั่นเตรียมไว้ลงไป แล้วคนให้ทั้งหมดเข้ากัน


ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=jazzy-bong&month=06-2012&date=12&group=3&gblog=96
read more